สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโรม ประเทศอิตาลี เมื่อวันที่ 4 พ.ค. ว่า สำนักงานตำรวจสากลแห่งสหภาพยุโรป (ยูโรโพล) ซึ่งเป็นหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของสหภาพยุโรป (อียู) ระบุการควบคุมตัวสมาชิกแก๊งมาเฟีย 132 คน ในส่วนหนึ่งของ “ปฏิบัติการยูเรก้า” ซึ่งเป็นการจู่โจมแบบสายฟ้าแลบ ด้วยการตรวจค้นสถานที่ประมาณ 150 แห่งทั่ว 8 ประเทศในยุโรป ได้แก่ อิตาลี, เยอรมนี, เบลเยียม, ฝรั่งเศส, โปรตุเกส, สโลวีเนีย, สเปน และโรมาเนีย รวมถึงบราซิล และปานามา

“นี่อาจจะเป็นปฏิบัติการครั้งใหญ่ที่สุดของยุโรป ในการต่อต้านแก๊งมาเฟียอิตาลี” นายเอริค ฟาน ดุยซี โฆษกสำนักงานอัยการกลางของเบลเยียม ซึ่งเริ่มการสอบสวนเมื่อ 5 ปีที่แล้ว กล่าว

เจ้าหน้าที่ของเบลเยียมแถลง ที่กรุงบรัสเซลส์ เกี่ยวกับปฏิบัติการทลายแก๊งมาเฟียเอ็นดรังเกตา

ขณะที่ นายมัตเตโอ ปิอันเตโดซี รมว.มหาดไทยของอิตาลี กล่าวว่า การจับกุมสมาชิกแก๊งเอ็นดรังเกตาในอิตาลี และอีกหลายประเทศ เป็นอีกหนึ่งผลลัพธ์สำคัญ ในการต่อสู้กับองค์กรอาชญากรรม โดยทางการอิตาลี ระบุเสริมว่า สามารถยึดทรัพย์สินของแก๊งเอ็นดรังเกตา มูลค่าประมาณ 25 ล้านยูโร (ราว 937 ล้านบาท) ได้ในอิตาลี, โปรตุเกส, เยอรมนี และฝรั่งเศส

ภายหลังการสืบสวนลับสุดยอด ซึ่งยืนยันขอบเขตครอบคลุมทั่วโลกของแก๊งเอ็นดรังเกตา กลุ่มผู้ต้องสงสัยจะถูกตั้งข้อหาก่ออาชญากรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การมีส่วนเกี่ยวข้องกับแก๊งมาเฟีย, การค้ายาเสพติด, การค้าอาวุธ, การฟอกเงิน และการหนีภาษี

ตำรวจเยอรมนีตรวจค้นอาคารหลังหนึ่ง ในเมืองมิวนิก ซึ่งต้องสงสัยเป็นหนึ่งในสถานที่กบดานของสมาชิกแก๊งมาเฟียเอ็นดรังเกตา

ทั้งนี้ เอ็นดรังเกตา คือ องค์กรอาชญากรรมที่รากฐานอยู่ในภูมิภาคคาลาเบรีย ทางตอนใต้ของอิตาลี รวมทั้งเป็นแก๊งมาเฟียที่ทรงอิทธิพลที่สุดในอิตาลี และมีการดำเนินงานในกว่า 40 ประเทศ

นอกจากแหล่งที่มาหลักของความมั่งคั่งอย่างการค้ายาเสพติดแล้ว เอ็นดรังเกตายังมีส่วนเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน, การขู่กรรโชก, การค้าของเสียผิดกฎหมาย และการก่ออาชญากรรมอื่นๆ โดยใช้บริษัทเปลือกนอก เพื่อลงทุนในผลประโยชน์ที่ผิดกฎหมาย ในระบบเศรษฐกิจที่ถูกกฎหมายทั่วโลก

ยูโรโพล กล่าวในแถลงการณ์ว่า ปฏิบัติการยูเรก้า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าร่วมมากกว่า 2,770 นาย และสมาชิกแก๊งเอ็นดรังเกตาส่วนใหญ่ถูกจับกุมในอิตาลี ส่วนสมาชิกที่เหลือกระจุกตัวอยู่ในเยอรมนี และเบลเยียม.

เครดิตภาพ : AFP