น.ส.ปิยนุช วุฒิสอน ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า สสช. ทำการสำรวจภาวะการทำงานของประชากร เพื่อติดตามสถานการณ์แรงงานในทุกสามเดือนหรือรายไตรมาส โดยข้อมูลจากการสำรวจฯ ช่วยสะท้อนสถานการณ์ปัจจุบันของตลาดแรงงานไทย รวมทั้งนำข้อมูลจากการสำรวจฯ มาจัดทำตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้องกับการว่างงานและตลาดแรงงานของประเทศ ซึ่งสถานการณ์ด้านแรงงานในไตรมาสแรกของปี 66 จากผลการสำรวจพบว่า สถานการณ์ด้านแรงงานมีการปรับตัวดีขึ้น เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปี 65

โดย โครงสร้างกำลังแรงงานประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป จำนวน 58.8 ล้านคน เป็นผู้อยู่ในกำลังแรงงาน 40.3 ล้านคน หรือร้อยละ 68.5 และที่เหลืออยู่นอกกำลังแรงงานประมาณ 18.5 ล้านคน โดยผู้ที่อยู่ในกำลังแรงงาน ประกอบด้วยผู้มีงานทำ 39.6 ล้านคน (ร้อยละ 98) และผู้ว่างงาน 4.2 แสนคน

สำหรับสถานการณ์การมีงานทำในไตรมาส 1 ปี  66 ตลาดแรงงานไทยฟื้นตัวอย่างเห็นได้ชัดเจน เห็นได้จากการทำงานเต็มเวลาเพิ่มขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า (ไตรมาส 1 ปี 65) พบว่า จำนวนผู้ทำงานเต็มเวลา (ทำงาน 35-49 ชั่วโมงต่อสัปดาห์) เพิ่มขึ้นกว่า 3 แสนคน เช่นเดียวกันกับผู้ที่ทำงาน 50 ชั่วโมงขึ้นไปต่อสัปดาห์ มีจำนวนเพิ่มขึ้นกว่า 7 แสนคน ในขณะที่ผู้ที่ทำงานน้อยกว่า 35 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ลดลงเกือบ 1.3 แสนคน

น.ส.ปิยนุช กล่าวต่อว่า สำหรับสถานการณ์การว่างงานในไตรมาสนี้ลดลงเหลือ 4.2 แสนคน หรือร้อยละ 1.1 ซึ่งกลับมาเท่ากับช่วงก่อนการแพร่ระบาดโควิด-19 สำหรับการว่างงานระยะยาว (ว่างงานตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป) พบว่ามีทิศทางที่ดีขึ้น โดยการว่างงานระยะยาวในไตรมาส 1 ปี 66 มีจำนวนลดลงกว่า 26,000 คน จากไตรมาสก่อนหน้า (จากเดิม 1.13 แสนคน เป็น 87,000 คน) และกลุ่มคนว่างงานระยะยาวที่จบการศึกษาสูงสุดระดับปริญญาตรี มีจำนวนลดลงอย่างมากในไตรมาสนี้ จาก 45,000 คน ในไตรมาสที่แล้ว เหลือเพียง 35,000 คน

อย่างไรก็ตามสถานการณ์แรงงานอีกประเด็นที่ต้องติดตาม คือ ผู้เสมือนว่างงาน หรือผู้ที่มีชั่วโมงทำงานต่อสัปดาห์น้อยกว่าเกณฑ์ที่กำหนด (ไม่เกิน 20 ชั่วโมงสำหรับภาคเกษตรกรรม และไม่เกิน 24 ชั่วโมงสำหรับนอกภาคเกษตรกรรม) ผู้เสมือนว่างงานนี้เป็นกลุ่มที่ต้องให้ความสำคัญ เนื่องจากแม้จะยังมีงานทำแต่ก็มีรายได้ ที่ลดลงตามชั่วโมงการทำงาน มีความเสี่ยงที่จะกลายเป็นผู้ว่างงานได้ในอนาคต โดยผู้เสมือนว่างงานในไตรมาส 1 ปี 66 นี้ มีจำนวน 3.4 ล้านคน ซึ่งเพิ่มขึ้น 1.3 ล้านคน จากไตรมาสก่อนหน้า (2.1 ล้านคน) แต่หากเทียบ 3 ปีย้อนหลังของไตรมาสเดียวกัน พบว่ามีแนวโน้มที่ลดลง

“การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของตลาดแรงงานในไตรมาสที่ 1 ปี 66 คือการเติบโตของแรงงานในภาคการท่องเที่ยว หลังจากที่จีนกลับมาเปิดประเทศและมีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางเข้ามายังประเทศไทยเป็นจำนวนมาก พบว่า ในภาคการท่องเที่ยว กิจกรรมที่พักแรม การบริการอาหารและเครื่องดื่ม หรือตัวแทนธุรกิจท่องเที่ยว มีอัตราการว่างงานที่ลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ของปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะกิจกรรมตัวแทนธุรกิจท่องเที่ยวที่อัตราการว่างงานลดลงเกือบ 7 เท่า จากร้อยละ 27.6 เหลือเพียงร้อยละ 4.2” น.ส.ปิยนุช กล่าว