สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 7 พ.ค. ว่า สำนักงานตำรวจนครบาลกรุงลอนดอน หรือ เดอะ เม็ต ออกแถลงการณ์ เกี่ยวกับการจับกุมแกนนำและสมาชิกแนวร่วมเคลื่อนไหวต่อต้านสถาบันหลายคน ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 และสมเด็จพระราชินีคามิลลา เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า ตำรวจมีความเข้าใจต่อ “ความวิตกกังวลของสาธารณะ” ต่อการจับกุมที่เกิดขึ้น


อย่างไรก็ตาม “เป็นภารกิจของตำรวจ” ในการที่ต้อง “แทรกแซงตามกฎหมาย” เมื่อกิจกรรมดังกล่าว “เกินขอบเขตกลายเป็นอาชญากรรม” และ “สร้างการรบกวนอย่างร้ายแรงต่อสังคม” พร้อมทั้งเน้นว่า พระราชพิธีบรมราชาภิเษกมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็น “เหตุการณ์สำคัญซึ่งเกิดขึ้นครั้งหนึ่งในช่วงชีวิตเท่านั้น”


ทั้งนี้ เดอะ เม็ต ยืนยันการจับกุม “ผู้ก่อความไม่สงบ” รวม 52 คน ตลอดช่วงก่อน ระหว่าง และหลังพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยผู้ที่ถูกจับกุมรวมถึง นายเกรแฮม สมิธ แกนนำกลุ่ม “สาธารณรัฐ” ซึ่งเป็นแนวร่วมเคลื่อนไหวของฝ่ายต่อต้านสถาบัน และสมาชิกอีก 5 คนของกลุ่มสาธารณรัฐ ที่จัตุรัสทราฟัลการ์ ในกรุงลอนดอน พร้อมทั้งยืดแผ่นป้ายข้อความและผืนผ้าใบอีกหลายสิบชุด ที่ส่วนใหญ่เขียนข้อความว่า “ไม่ใช่พระราชาของฉัน” ( Not My King )

ตำรวจกรุงลอนดอนเข้าจับกุมสมาชิกหลายคนของแนวร่วมเคลื่อนไหวต่อต้านสถาบัน ที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่ง ก่อนการเริ่มพระราชพิธีบรมราชาภิเษก


ขณะเดียวกัน ตำรวจจับกุมสมาชิกอีกอย่างน้อย 13 คน ของ “จัสต์ สต็อป ออยล์” ( Just Stop Oil ) ซึ่งเป็นกลุ่มนักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม บริเวณจัตุรัสทราฟัลการ์ และใกล้กับพระราชวังบักกิงแฮม


ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของเดอะ เม็ต เกิดขึ้นหลังองค์การนิรโทษกรรมสากล ( แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ) และ ฮิวแมน ไรทส์ วอทช์ ( เอชอาร์ดับเบิลยู ) พร้อมใจออกแถลงการณ์ประณามเดอะ เม็ต ว่าการถือแผ่นป้ายข้อความและโทรโข่ง “ไม่ใช่เหตุผล” ของการจับกุม หลังมีรายงานตำรวจจับกุมชายถือโทรโข่ง บริเวณพระราชวังเซนต์เจมส์


เกี่ยวกับประเด็นนี้ สื่อของสหราชอาณาจักรรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวที่เป็นตำรวจ ว่าจำเป็นต้องดำเนินการ เนื่องจากการใช้โทรโข่งอาจสร้างความตื่นตระหนกให้กับม้าที่เข้าร่วมกระบวนพยุหยาตราทางสถลมารค กระนั้น บรรดาแนวร่วมเคลื่อนไหวตรงข้ามกับสถาบัน ยังคงวิจารณ์การทำงานของตำรวจอย่างหนักว่า “ไม่รักษาสัญญา” ที่จะอนุญาตให้มีการจัดกิจกรรม.

เครดิตภาพ : AFP