สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 8 พ.ค. ว่า นายราฟาเอล กรอสซี ผู้อำนวยการทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ ( ไอเออีเอ ) ให้ความเห็นเกี่ยวกับ การที่รัสเซียสั่งอพยพประชาชนออกจากเมือง 18 แห่ง ในภูมิภาคซาโปริชเชีย รวมถึง เมืองเอเนอร์โฮดาร์ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับโรงไฟฟ้าซาโปริชเชีย ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรป “เป็นสัญญาณเตือน” เกี่ยวกับ “ความรุนแรงของการสู้รบ” ระหว่างทหารยูเครนกับรัสเซีย บริเวณรอบโรงไฟฟ้า
Director General @rafaelmgrossi said evacuation of residents at Enerhodar, where most of staff from #Ukraine’s #Zaporizhzhya Nuclear Power Plant live, has started. @iaeaorg is closely monitoring for any potential impact on nuclear safety and security.https://t.co/RvzRP8WL46 pic.twitter.com/BWuUbbcWxY
— IAEA – International Atomic Energy Agency ⚛️ (@iaeaorg) May 6, 2023
ทั้งนี้ โรงไฟฟ้าซาโปริชเชียไม่ได้ผลิตกระแสไฟฟ้าแล้ว นับตั้งแต่ตกอยู่ภายใต้การยึดครองของกองทัพรัสเซีย อย่างไรก็ตาม ไอเออีเอยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับ “วัตถุดิบนิวเคลียร์” ซึ่งยังคงหลงเหลืออยู่ในโรงไฟฟ้า และการสู้รบ “ที่ยังคงยากแก่การคาดเดา” อาจส่งผลให้เกิด “อุบัติเหตุนิวเคลียร์ร้ายแรง” นอกจากนี้ ไอเออีเอ ยังคงมีความวิตกกังวล เกี่ยวกับสถานภาพของบุคลากร ซึ่งยังคงอยู่ภายในโรงไฟฟ้า
ขณะที่ นายอีวาน เฟโดรอฟ นายกเทศมนตรีเมืองเมลิโตโพล ซึ่งยังไม่ถูกรัสเซียยึดครอง กล่าวว่า รัฐบาลมอสโกเจตนา “สร้างความตื่นตระหนกโดยใช่เหตุ”
สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น ก่อนกองทัพรัสเซียเตรียมจัดงานสวนสนามครั้งสำคัญ ที่จัตุรัสแดง ในกรุงมอสโก เพื่อรำลึก “วันแห่งชัยชนะ” หรือ “วิกตอรี เดย์” ที่เป็นการสู้รบในแนวรบด้านตะวันออกของสงครามโลกครั้งที่สอง โดยมีทหารของกองทัพแห่งสหภาพโซเวียตเป็นผู้นำ จนกระทั่งกองทัพนาซียอมจำนนอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 9 พ.ค. 2488 และเป็นสัญลักษณ์ของการสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง.
เครดิตภาพ : AFP



