นายยุทธพร จิตตเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ล็อกซเล่ย์ อีโวลูชั่น เทคโนโลยี จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจด้านบริการเทคโนโลยีรักษาความปลอดภัยระดับเมือง เปิดเผยว่า ในปี 66 บริษัทจะปรับแผนการดำเนินธุรกิจ ด้วยการทำตลาดในช่องทางอื่นเพิ่มเติม คือ กลุ่มลูกค้าองค์กรเอกชน และลูกค้าครัวเรือนทั่วไป จากเดิมที่ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นภาครัฐ (บีทูจี) มากกว่า 90% ให้เหลือสัดส่วนรายได้ 60% และเพิ่มสัดส่วนรายได้ใหม่จากบีทูบีและบีทูซีให้ได้ 40% ภายในอีก 3 ปีข้างหน้า และมั่นใจว่าใน 5 ปี บริษัทจะมีรายได้อยู่ที่ 1,000 ล้านบาท
“การปรับสัดสวนรายได้ ไม่ใช่ลดปริมาณงานจากภาครัฐลง ยังคงให้ความสำคัญเหมือนเดิม เพียงแต่จะขยายตลาดไปยังภาคเอกชน และบ้านที่มีความต้องการเทคโนโลยีรักษาความปลอดภัย เพื่อป้องกันภัยคุกคามในรูปแบบต่างๆ ที่หลากหลายมากขึ้น ซึ่งคาดว่าปีนี้จะมีส่วนแบ่งทางการตลาด 3% จากมูลค่าตลาดโฮม โซลูชัน ซีเคียวริตี้ ที่มีอยู่ราว 2,000 ล้านบาท และจะเพิ่มขึ้นทุกปี จนไปถึงปี 70 ล็อกซเล่ย์จะมีแชร์ราว 12% หรือรายได้รวมอยู่ที่ 1,000 ล้านบาท”

นายยุทธพร กล่าวต่อว่า สำหรับกลยุทธ์ จะสร้างการรับรู้ผ่านโซเชียลมีเดีย และร่วมมือกับอินฟูลเอนเซอร์ ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์และระบบเทคโนโลยีรักษาความปลอดภัยที่ให้บริการ ขณะเดียวกันยังร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อตอกย้ำสร้างความน่เชื่อถือและแต้มต่อทางธุรกิจ พร้อมเสริมศักยภาพด้านการแข่งขันในปีหน้า ซึ่งตั้งเป้าว่าจะมีลูกค้ากลุ่มบีทูบีและบีทูซีรวมกันไม่น้อยกว่า 300 ราย ภายในสิ้นปีหน้า โดยผลิตภัณฑ์ที่จะเน้นทำตลาด อาทิ เทคโนโลยีด้านความปลอดภัยสำหรับที่พักอาศัย เป็นบริการระบบรักษาความปลอดภัย โดยย่อส่วนจากงานด้านความมั่นคง เพื่อความปลอดภัยระดับเมืองและเขตชุมชน มาเป็นที่พักอาศัยแนวราบและแนวดิ่ง เช่น บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ หมู่บ้าน และคอนโดมิเนียม และเทคโนโลยีป้องกันการโจรกรรมข้อมูลทางไซเบอร์ และเทคโนโลยีดูแลและช่วยเหลือสังคมผู้สูงอายุ เป็นบริการที่รองรับการก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยของประเทศไทย ฯลฯ



