เมื่อวันที่ 12 พ.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวถึงนโยบายของพรรค ด้านการคมนาคมขนส่งว่า พรรคไม่ได้มองเพียงแค่การพัฒนาดูแลถนนในประเทศแล้ว แต่ยังมองไกลกว่านั้น โดยเรามีความคิดว่า จะต้องใช้การคมนาคม ในการสร้างจุดแข็งให้ประเทศไทยประเทศไทย และภูมิภาคอาเซียน จะเป็นเป้าหมายการลงทุนจากทั่วโลกในทศวรรษนี้อย่างแน่นอน เพราะทั่วโลก มองไปทางไหน ก็มีแต่ความขัดแย้ง สวนทางกับอาเซียนและประเทศไทย ซึ่งอยู่ในบรรยากาศสงบเรียบร้อย น่าลงทุน อาเซียนมีประเทศที่เป็นศูนย์กลางด้านการเงิน ศูนย์กลางด้านความมีพื้นฐานอุตสาหกรรมที่เข้มแข็ง ศูนย์กลางด้านการผลิตอาหาร ศูนย์กลางด้านการท่องเที่ยว แล้วไทยอยู่ตรงกลางของภูมิภาค ต้องใช้ประโยชน์ตรงนี้ให้เต็มที่

เราต้องเชื่อมโยงทั้งหมดเข้าหากัน ต้องแสวงหาความร่วมมือในภูมิภาค และต้องหาโอกาสจากการพัฒนา นี่คือสาเหตุที่ได้ผลักดันโครงการแลนด์บริดจ์ เราต้องให้ไทยเป็นประตูของอาเซียน ใครจะส่งของเข้า-ออก ที่ภูมิภาคนี้ ต้องผ่านไทย ไทยจะเป็นศูนย์กลางการกระจายสินค้า ผ่านโครงการแลนด์บริดจ์ ที่เชื่อมทั้งภูมิภาคเข้าด้วยกัน แลนด์บริดจ์เราจะมีทางรถ ทางรถไฟ มีท่อส่งพลังงาน ครบถ้วน ขนถ่ายจากฝั่งอ่าวไทย ไปฝั่งอันดามัน สินค้าจะกระจายไปยังภูมิภาคอื่นๆ ด้วยระยะเวลาที่เร็วขึ้น ร่นระยะเวลาเหลือประมาณ 7 วัน ทุกวันนี้ เศรษฐกิจแข่งกันที่ความเร็ว นักลงทุนรู้ดี ใครไปถึงก่อน ส่งของที่สดกว่า ก็มีโอกาสชนะ ซึ่งไทยอำนวยความสะดวกให้

“โครงการแลนด์บริดจ์ เชื่อมภูมิภาคเข้าด้วยกัน ระหว่างสองชายฝั่ง เราเป็นประเทศด้ามขวาน แบ่งสองชายฝั่งได้ การทำมาค้าขาย ขนส่ง นำเข้า สินค้า เข้าออก ไปยังภุมิภาคต่างๆ มันทำได้ ถ้าเราเชื่อม 2 ฝั่งทะเลนี้ได้ เราจะได้เปรียบในเรื่องการค้าการลงทุนและเรื่องเศรษฐกิจ เราจะทำโครงการ แลนด์บริดจ์ เชื่อมชายฝั่งระหว่างชุมพร ระนอง แล้วมันจะมีท่าเรือ สินค้าตะวันตกขึ้นระนอง แก๊ส น้ำมัน สินค้า คาร์โก้ ถ้าจะไปทางทะเลจีนใต้ ก็ทำได้ แลนด์บริดจ์จะช่วยลดระยะเวลาให้สั้นลงเกือบ 1 สัปดาห์ สร้างความสามารถในการแข่งขัน เมื่อก่อนเราพูดเรื่องการคอคอดกระ แต่มีปัญหาเรื่องความมั่นคง เกิดความความอ่อนไหว มีค่าใช้จ่ายมาก แต่เมื่อวันนี้ เรามีระบบโลจิสติกส์มันต้องปรับจากการขุดคลอง มาเป็นระบบขนส่งทางรถ ทางรางขึ้นจากทะเล สู่พื้นดินแล้วไปยังชายฝั่ง เชื่อม 2 ชายฝั่ง มันจะเป็นประโยชน์มหาศาล”

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า แลนด์บริดจ์จะช่วยยกระดับภาคอุตสาหกรรมให้เกิดขึ้นในประเทศไทย โมเดลเดียวกับอิสเทิร์น ซีบอร์ด ถึงเวลาแล้วที่ต้องกล้าคิด กล้าทำ และต้องทำใหญ่ ทำจริง โครงการขนาดนี้ สร้างความเปลี่ยนแปลงแน่นอน และอย่าไปคาดหวังว่าจะลงทุนกับใคร ถ้าเป็นไปได้ ขอให้เรายืนได้ด้วยขาของตัวเองดีที่สุด เพื่อลดปัจจัยแทรกซ้อน

“มันเป็นการดึงดูดการลงทุน เราจะทำให้ทุกอย่างที่เข้ามาอาเซียน ต้องผ่านไทย ให้ไทยเป็นประตูสู่อาเซียน ประเทศไทย จะมีระบบโลจิสติกส์ที่ส่งไปยังที่หมายโดยเร็ว ด้วยระบบขนส่ง ทางถนน ทางรถไฟต่างๆ อย่าลืมว่า ยุคนี้เป็นยุคอีโคโนมี ออฟ สปีด ไปถึงก่อน มันก็สดกว่า ดีกว่า โครงการนี้ ไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่มันใหญ่โต และจะพลิกให้เราเป็นผู้นำด้านเศรษฐกิจของภูมิภาค” นายอนุทิน กล่าว