สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโรม ประเทศอิตาลี เมื่อวันที่ 3 ก.ค. ว่าองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ ( เอฟเอโอ ) ดัชนีราคาอาหารของเอฟเอโอ ซึ่งใช้ติดตามการเปลี่ยนแปลงรายเดือนของราคาสินค้าอาหารซึ่งมีการซื้อขายในตลาดโลก อยู่ที่ 130.3 จุดในเดือนมิ.ย. ลดลงจาก 130.8 จุดเมื่อเดือนพ.ค.
ก่อนหน้านี้ ดัชนีดังกล่าวปรับตัวลดลงแล้วในเดือนพ.ค. หลังแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 ปีเมื่อเดือนเม.ย. ที่ผ่านมา เนื่องจากสงครามอิหร่านส่งผลให้ราคาน้ำมันพืชพุ่งสูง
แม้ดัชนีในเดือนมิ.ย.จะสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 1.7% แต่ยังต่ำกว่าระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อเดือนมี.ค. 2565 ซึ่งเกิดขึ้นหลังรัสเซียเปิดฉากปฏิบัติการทางทหารเต็มรูปแบบในยูเครน อยู่ 18.7%
ขณะที่ดัชนีราคาธัญพืชลดลง 3.5% จากเดือนพ.ค. โดยราคาข้าวสาลีเผชิญกับแรงกดดัน จากการเก็บเกี่ยวที่ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว และแนวโน้มผลผลิตที่แข็งแกร่งในภูมิภาคทะเลดำ ด้านราคาข้าวโพดปรับลดลง จากแนวโน้มอุปทานที่อุดมสมบูรณ์ในอเมริกาใต้ และราคาน้ำมันดิบที่อ่อนตัวลง
The @FAO Food Price Index edged down in June, ???? 0.3% from May. Cereal and sugar prices declined, while vegetable oil and meat prices rose. In an uncertain global environment, transparent markets and predictable trade remain essential to food security.https://t.co/cbOZ94yrW3
— FAO Newsroom (@FAOnews) July 3, 2026
อย่างไรก็ตาม ดัชนีราคาข้าวของเอฟเอโอเพิ่มขึ้น 3.2% โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการข้าวอินดิกาในเอเชียที่เพิ่มขึ้น
ด้านราคาน้ำตาลลดลง 5.7% เนื่องจากราคาน้ำมันเอทานอลในบราซิลลดลง ส่งผลให้โรงงานผลิตน้ำตาลหันมาใช้อ้อยผลิตน้ำตาลมากขึ้นแทนการผลิตเอทานอล อย่างไรก็ตาม ความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของปรากฏการณ์เอลนีโญต่อผลผลิตในอินเดียและไทย ช่วยจำกัดการปรับลดของราคาน้ำตาล ส่วนดัชนีราคาผลิตภัณฑ์นมลดลง 1.5% จากปริมาณอุปทานที่เพิ่มขึ้น
ในทางกลับกัน ดัชนีราคาเนื้อสัตว์เพิ่มขึ้น 0.4% จากเดือนก่อน และทำสถิติสูงสุดครั้งใหม่ โดยมีราคาเนื้อสัตว์ปีกเป็นปัจจัยหลัก จากอุปสงค์ทั่วโลกที่แข็งแกร่ง และดัชนีราคาน้ำมันพืชเพิ่มขึ้น 3.8% โดยได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันปาล์มและน้ำมันเรปซีดที่สูงขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นผลจากความต้องการใช้ผลิตไบโอดีเซล
ในรายงานอีกฉบับ เอฟเอโอคาดการณ์ว่า ผลผลิตธัญพืชทั่วโลกในปี 2569 จะอยู่ที่ 2,983 ล้านตัน ซึ่งแทบไม่เปลี่ยนแปลงจากตัวเลขคาดการณ์เมื่อเดือนก่อน แม้ผลผลิตดังกล่าวจะต่ำกว่าระดับสูงสุดเมื่อปี 2568 อยู่ 1.9% แต่ยังคงเป็นผลผลิตธัญพืชสูงที่สุดเป็นอันดับสองเท่าที่เคยมีการบันทึกไว้.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



