นายประเทศ ตันกุรานันท์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเทคโนโลยี บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากกรณีอิทธิพล “พายุไซโคลนโมคา” ตามประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่าจะส่งผลในช่วงวันที่ 13-15 พ.ค. และจะมีผลกระทบไทยถึงช่วง 16 พ.ค. โดยได้เตรียมความพร้อมโครงข่ายให้บริการสื่อสารทั้งอินเทอร์เน็ตบนมือถือและเน็ตบ้าน รวมทั้งทุกบริการเพื่อลูกค้าทั้งทรูและดีแทคทั่วไทย จากกรณีพายุไซโคลนโมคา ที่คาดว่าจะส่งผลต่อประเทศไทย รวมทั้งเพิ่มทีมงานเฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง พร้อมลงพื้นที่ปฏิบัติงานทั่วไทย เพื่อดูแลการสื่อสารให้ลูกค้าทั้งแบรนด์ทรูและดีแทคได้ทุกสถานการณ์

โดยทรูและดีแทค พร้อมรับมือการสื่อสารจากผลกระทบพายุไซโคลนโมคา ดังนี้

1. จัดเตรียมพร้อมรถโมบายล์เคลื่อนที่ทั่วไทยเพื่อลูกค้าทรูและดีแทค สำหรับให้บริการในสถานการณ์ฉุกเฉินจากกรณีฝนตกหนักและน้ำท่วม โดยเฉพาะจังหวัดเสี่ยงเพื่อเข้าเสริมการสื่อสารในพื้นที่อย่างรวดเร็ว

2. จัดเตรียมอุปกรณ์สำรองและอะไหล่ในการซ่อมบำรุง (Spare Parts) สำหรับชุมสายและสถานีฐานในกรณีฉุกเฉินจากพายุและน้ำท่วม

3. จัดเตรียมทีมงานทรูและดีแทคโครงข่ายคอยตรวจสอบ และดูแลโครงข่ายตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งประสานงานกับทีมในภูมิภาคต่างๆ ในการเข้าช่วยเหลือฉุกเฉิน และมีการวางแผนเรื่องกำลังคนเป็นระยะ ให้เหมาะสมต่อสถานการณ์

4.  ประสานงานและร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง กสทช. หน่วยงานท้องถิ่น สถานีตำรวจ และโรงพยาบาลในพื้นที่จังหวัดที่จะได้รับผลกระทบ

5. ประสานงานตลอดเวลากับการไฟฟ้าในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้มีการจ่ายไฟฟ้าให้กับชุมสายทรูและดีแทคอย่างต่อเนื่อง ในกรณีที่ต้องมีการตัดกระแสไฟฟ้าบางส่วนในบริเวณพื้นที่น้ำท่วม

6. จัดเตรียมพาหนะสำหรับลงพื้นที่ เช่น รถขับเคลื่อน 4 ล้อ และเรือท้องแบน สำหรับการเดินทางเข้า-ออกในพื้นที่สถานีฐาน เพื่อดูแลและซ่อมแซมได้ทุกพื้นที่

ทั้งนี้ ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้ติดตามสถานการณ์ “พายุไซโคลนโมคา” อย่างใกล้ชิด เพื่อลูกค้าทรูและดีแทค โดยดูแลการให้บริการ รวมถึงเตรียมแผนความพร้อมให้ความช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของคนในพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบ พร้อมทั้งติดตามสนับสนุนหน่วยงานภาครัฐต่างๆ ในกรณีที่เกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อที่จะร่วมเข้าช่วยเหลือและแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของผู้ประสบภัยในพื้นที่อีกด้วย

รายงานข่าวจาก เอไอเอส แจ้งว่า เอไอเอส ห่วงใยต่อสถานการณ์ดังกล่าว จึงได้เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมมีการเตรียมการล่วงหน้า ทั้งการดูแลเครือข่ายสื่อสารและเน็ตบ้านอย่างเต็มที่ รวมทั้งเตรียมมอบความช่วยเหลือด้านระบบสื่อสารให้พร้อมบริการอย่างดีที่สุด อาทิ

– การเตรียมพร้อมรถสถานีฐานเคลื่อนที่และทีมวิศวกร Stand by ในพื้นที่เสี่ยง หากเกิดกรณีฉุกเฉิน พร้อมติดตั้งอุปกรณ์วัดระดับน้ำผ่าน IoT เพื่อให้สามารถเข้าแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุดและรวดเร็ว

– จัดเตรียมเครื่องปั่นไฟและน้ำมันในพื้นที่เสี่ยง เพื่อให้พร้อมดูแลสัญญาณในพื้นที่หลักได้อย่างทันท่วงที

– เตรียมความพร้อมในการประสานงานกับ ปภ.พื้นที่ และส่วนราชการในจังหวัดที่เป็นพื้นที่เสี่ยง เพื่อเตรียมความพร้อมเครือข่ายล่วงหน้าในบริเวณพื้นที่ศูนย์อพยพ ที่แต่ละจังหวัดจัดไว้ในกรณีจำเป็น

– ติดตามมอนิเตอร์สถานการณ์เครือข่ายผ่านศูนย์บริหารจัดการเครือข่าย (Network Operation Center) พร้อมเตรียม War room ในกรณีที่เกิดเหตุวิกฤต

ทั้งนี้ ทุกหน่วยงานในเอไอเอส ได้เตรียมพร้อมอย่างเต็มที่ เพื่ออยู่เคียงข้างและให้ประชาชนสามารถใช้บริการสื่อสารและเน็ตบ้านได้ต่อเนื่องอย่างดีที่สุด