สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 17 พ.ค. ว่า สหประชาชาติ (ยูเอ็น) เผยแพร่รายงาน ว่าสงครามกลางเมืองที่กำลังดำเนินอยู่ และมีผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 1,000 ราย อาจผลักดันให้ชาวซูดานสูงถึง 1.1 ล้านคน ต้องกลายเป็นผู้ลี้ภัยด้วยในปีนี้
Fighting in Sudan has resulted in tens of thousands of people fleeing and threatens to unleash a widespread humanitarian crisis across the region.
— United Nations (@UN) May 12, 2023
Here are 5 things you should know about the violence and how the UN is responding. ⬇️ pic.twitter.com/o7Zu1Zbrdi
ขณะเดียวกัน ประชากรราว 25 ล้านคน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งซูดาน ต้องการความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและได้รับการคุ้มครองอย่างเร่งด่วน ด้วยเหตุนี้ สหประชาชาติมีความจำเป็นต้องขอระดมทุนอีกประมาณ 3,030 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 103,809.32 ล้านบาท) จากจำนวนดังกล่าวประมาณ 2,560 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 87,706.88 ล้านบาท) เป็นการให้ความช่วยเหลือเฉพาะกับประชาชนซึ่งพลัดถิ่นภายในซูดาน
With the conflict in Sudan entering its second month, the @UN calls for US$3 billion to rush life-saving aid and protection to millions of people in the country, and hundreds of thousands fleeing to neighbouring countries.
— UNHCR, the UN Refugee Agency (@Refugees) May 17, 2023
https://t.co/3ikjCXANt4 pic.twitter.com/bHw2Xm3Jha
ทั้งนี้ ซูดานเผชิญกับภาวะสงครามกลางเมือง “ซึ่งเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน” เมื่อวันที่ 15 เม.ย. ที่ผ่านมา จากการที่ พล.อ.อับเดล ฟัตตาห์ อัล-บูร์ฮาน ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของซูดาน และประธานสภาอธิปไตย ซึ่งเป็นผู้ปกครองประเทศ นับตั้งแต่ผ่านพ้นการรัฐประหาร เมื่อปี 2562 และ พล.อ.โมฮาเหม็ด ฮัมดาน ดากาโล หรือ “เฮเมดติ” ผู้บัญชาการกองกำลังเคลื่อนที่เร็ว (อาร์เอสเอฟ) ซึ่งดำรงตำแหน่งรองประธานสภาอธิปไตย หรือรองประธานาธิบดี ไม่สามารถตกลงกันได้ในเงื่อนไขสำคัญ ที่เพื่อปูทางสู่การเลือกตั้งทั่วไปภายในเดือน ก.ค. 2566 นั่นคือ “ฝ่ายหนึ่งต้องผนวกรวมกับอีกฝ่ายหนึ่ง”.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



