เมื่อวันที่ 18 พ.ค. ที่โรงแรมเบสท์เวสเทิร์น นาดา ดอนเมือง แอร์พอร์ต นายสุรพงษ์ เมี้ยนมิตร รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เป็นประธานเปิดสัมมนารับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 1 โครงการศึกษาการแก้ไขปัญหาการจราจร ทั้งระบบบนถนนสายหลักในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยมีหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วม
กระทรวงคมนาคมมีนโยบายแก้ไขปัญหาการจราจรในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล เนื่องจากปัญหาการจราจรในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีแนวโน้มที่จะรุนแรงมากยิ่งขึ้น จากการศึกษาทบทวนข้อมูลจุดหรือตำแหน่งที่มีปัญหาการจราจรภายใต้โครงการศึกษาจัดทำแผนเร่งด่วนในการปรับปรุงเบ็ดเสร็จบนถนนสายหลัก เมื่อปี 56 ของ สนข. มีจำนวนทั้งสิ้น 257 จุด และในปี 65 สนข. ได้ตรวจสอบสภาพกายภาพและปัญหาการจราจรในปัจจุบัน และได้รวบรวมข้อมูลจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล พบว่า คงเหลือจุดที่มีปัญหาการจราจรที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข และดำเนินการแล้วไม่เป็นไปตามแผน ประมาณ 120 จุด ครอบคลุมทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล มีทั้งจุดปัญหาประเภททางแยก จุดกลับรถ จุดคอขวดทางกายภาพ และป้ายหยุดรถโดยสารประจำทาง ซึ่งมีความจำเป็นต้องดำเนินการแก้ไขปัญหาการจราจรในบริเวณดังกล่าวอย่างเร่งด่วน

ดังนั้น สนข. จึงดำเนินศึกษาโครงการดังกล่าว ระยะเวลาศึกษา 14 เดือน (เดือน ก.ย. 65-ต.ค. 66) เพื่อเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาการจราจรเร่งด่วนบริเวณตำแหน่งที่มีปัญหาการจราจรติดขัด เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรในภาพรวมของพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล และจัดทำแผนปฏิบัติการด้านการแก้ไขปัญหาจราจรในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ให้เป็นปัจจุบัน รวมทั้งจัดทำแนวทางบริหารจัดการจราจรในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อขับเคลื่อนให้เกิดการเดินทางและขนส่งอัจฉริยะ (Smart Mobility) ตลอดจนเพิ่มศักยภาพในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่โดยการถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ รวมทั้งเทคโนโลยีในการวิเคราะห์และวางแผนระบบการจราจรและขนส่งให้แก่บุคลากรของ สนข. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
สำหรับความก้าวหน้าโครงการ ที่ผ่านมา สนข. ได้ดำเนินการตามขั้นตอนของการศึกษาที่สอดคล้องกับขอบเขตของการดำเนินงาน มีความคืบหน้าไปแล้วมากกว่า 50% ประกอบด้วย 1.งานแก้ไขปัญหาจราจรในระยะเร่งด่วน โดย สนข. ได้ทบทวนการแก้ไขปัญหาจราจรตามการศึกษาโครงการงานศึกษาจัดทำแผนเร่งด่วนในการปรับปรุงเบ็ดเสร็จบนถนนสายหลัก ปี 56 ตรวจสอบสภาพปัญหาจราจรและกำหนดจุดปัญหาจราจรในปัจจุบัน

รวมทั้งสำรวจ วิเคราะห์สภาพปัญหาจราจร และคัดเลือกจุดปัญหาจากผลคัดกรองจุดปัญหาจราจรจากแผนเร่งด่วนในการปรับปรุงเบ็ดเสร็จบนถนนสายหลัก ปี 56 ร่วมกับการวิเคราะห์ความเร็วเฉลี่ยจากข้อมูล GPS และ CCTV ของโครงการการศึกษาจัดทำโมเดลการพัฒนาระบบเทคโนโลยี เพื่อบริหารจัดการจราจร กรุงเทพฯ ที่ สนข. อยู่ระหว่างการศึกษา โดยกำหนดจุดปัญหาจราจรระยะเร่งด่วน 4 กลุ่มปัญหา รวม 127 จุด ประกอบด้วย 1.ปัญหาจราจรบริเวณทางแยก 57 จุด 2.ปัญหาคอขวดของถนน 34 จุด 3.ปัญหาที่เกิดจากจุดกลับรถ 18 จุด และ 4.ปัญหาที่เกิดบริเวณป้ายรถโดยสารประจำทาง 18 จุด
2.งานจัดทำแผนปฏิบัติการด้านการแก้ไขปัญหาจราจรในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยทบทวนแผนแม่บทการแก้ไขปัญหาจราจรที่ได้เสนอต่อคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) และแผนงาน/โครงการที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาจราจรฯ เช่น แผนแม่บทการพัฒนาและบูรณาการโครงข่ายถนน สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา และการจราจรในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล การศึกษา เพื่อแก้ไขปัญหาจราจรบนโครงข่ายทางพิเศษในภาพรวมทั้งระบบ รวมทั้งรวบรวมแผนงาน/โครงการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในปัจจุบันในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล จำนวน 16 หน่วยงาน ทั้งทางถนน ทางราง ทางน้ำ ตำรวจจราจร และจังหวัดปริมณฑลตลอดจนทบทวน วิเคราะห์การใช้ประโยชน์ที่ดินที่กระทบต่อการจราจร

3.งานจัดทำแนวทางการจัดการจราจร เพื่อขับเคลื่อนให้เกิดการเดินทางและขนส่งอัจฉริยะ (Smart Mobility) โดยทบทวนการศึกษาและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อเป็นแนวทางการบริหารจัดการจราจรในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล การบูรณาการข้อมูลและจัดตั้งศูนย์ข้อมูลการจราจรและแนวทางบริหารจัดการข้อมูลจราจร เพื่อให้เกิดการเดินทางและขนส่งอัจฉริยะ (Smart Mobility) ที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทย
การประยุกต์ใช้ Technology Smart Mobility โดยใช้ข้อมูลจากการใช้อุปกรณ์ตรวจวัดสภาพจราจรของหน่วยงานต่าง ๆ เช่น ข้อมูลจากระบบ CCTV และข้อมูล GPS ของรถบรรทุกขนส่งสินค้า รถโดยสารประจำทาง และรถแท็กซี่ สำหรับประกอบการวิเคราะห์สภาพจราจรและรูปแบบของปัญหาการจราจรในพื้นที่วงแหวนกาญจนาภิเษก การวิเคราะห์และประมวลผลการจัดทำต้นแบบการเก็บข้อมูลบริเวณทางแยกเพื่อใช้ในการบริหารจัดการสัญญาณไฟจราจรแบบอัตโนมัติร่วมกันหลายทางแยก เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการจราจร การใช้ประโยชน์จากข้อมูลสภาพจราจรกับเว็บไซต์นำทาง ของ สนข. 4.งานสนับสนุนทางวิชาการ และ 5.งานฝึกอบรมทางวิชาการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้จัดสัมมนารับฟังความคิดเห็น 8 ครั้ง (ระหว่างเดือน พ.ค.-มิ.ย. 66) ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อแนะนำโครงการ ขอบเขตการดำเนินงาน ภาพรวมจุดปัญหาจราจรระยะเร่งด่วนทั้งสิ้น 127 จุด พร้อมทั้งแนวทางการแก้ไขปัญหาจราจรระยะเร่งด่วนเบื้องต้น เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมดำเนินงานการศึกษาให้เป็นไปตามความเหมาะสม และเกิดประโยชน์กับทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง
สำหรับการจัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 1 ที่ สนข. จัดขึ้นในครั้งนี้ จะครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ฝั่งเหนือ โซน 1 ประกอบด้วยจุดปัญหาจำนวน 15 จุด ในเขตพื้นที่เขตลาดพร้าว เขตหลักสี่ เขตจตุจักร เขตบางซื่อ เขตสายไหม เขตบางเขน และเขตดอนเมือง ได้แก่ กลุ่มพื้นที่ถนนกำแพงเพชรและพระรามที่ 6 ตัดใหม่ (แยกสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ คอขวดถนนพระรามที่ 6 ตัดใหม่ อุโมงค์ทางลอดสะพานรถไฟข้าม-จุดตัดเตชะวณิช)

กลุ่มพื้นที่ถนนพหลโยธิน (แยกพลาธิการ ทอ. แยกโรงเรียนฤทธิยะวรรณาลัย แยก คปอ. จุดกลับรถหน้าตลาดสะพานใหม่) กลุ่มพื้นที่ถนนสายไหม (แยกหน้าตลาดวงศกร แยกวัดหนองใหญ่) คอขวดถนนเพิ่มสิน (บริเวณศาลเจ้าพ่อสมบุญ) คอขวดถนนงามวงศ์วานก่อนถึงแยกบางเขน (มาจากแยกพงษ์เพชร) จุดกลับรถใต้สะพานข้ามแยกประชานุกูล จุดคอขวดทางขึ้นสะพานวัชรพล ถนนประดิษฐ์มนูธรรม ถนนปัญญาอินทราตัดถนนคู่ขนานกาญจนาภิเษก (แยกปัญญา) ป้ายรถโดยสารหน้าศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ (ถนนรามอินทรา) และแยกสุคนธสวัสดิ์
โดย สนข. จะนำความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่ได้จากผู้เข้าร่วมสัมมนา ไปพิจารณากำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาการจราจรเร่งด่วนบริเวณตำแหน่งที่มีปัญหาการจราจรติดขัดร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อการแก้ไขปัญหาการจราจรในภาพรวมของพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลเป็นไปอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต



