ที่ผ่านมาจะได้ยินข่าว บริษัท เทคโนโลยีระดับโลกต่างพยายาม พัฒนารถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ (Autonomous Cars) อย่างต่อเนื่อง หวังยกระดับอุตสาหกรรมรถยนต์ให้ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่

ซึ่งก็มีทั้ง “ล้มเหลว” พับแผนไป และ ที่ประสบความสำเร็จ นำรถออก วิ่งรับส่งแล้วจริงๆ อย่าง เช่น บริษัท Waymo ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของบริษัท Alphabet ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Google ได้พัฒนาเทคโนโลยีรถยนต์ ขับเคลื่อนอัตโนมัติ แล้วเปิดให้บริการแท็กซี่ขับเคลื่อนอัตโนมัติ Waymo One ในเมืองซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา

สำหรับในประเทศไทย ที่ผ่านมาก็มีการทดลองพัฒนา รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ ขึ้นเช่นกัน โดยส่วนใหญ่เป็นงานวิจัยของคณะวิศวกรรมศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยในไทย จับมือถือกับผู้ให้บริการมือถือในการนำเครือข่าย 5 จี มาทำการทดสอบควบคุมยานยนต์อัตโนมัติ

ล่าสุด ได้มีการเปิดตัวรถยนต์นั่งส่วนบุคคลขับเคลื่อนอัตโนมัติ เลเวล 3 (Autonomous Passenger Vehicle Level 3) ครั้งแรกในไทย ภายในงาน “ฟิวเจอร์ เอนเนอร์ยี่ เอเชีย และ “ฟิวเจอร์ โมบิลิตี้ เอเชีย 2023” 

ซึ่งพัฒนาต่อยอดจากรถยนต์ไฟฟ้า 100% ในการดัดแปลงรถยนต์ และติดตั้งซอฟต์แวร์ระบบนำทาง รวมถึงระบบอื่นๆ ที่ล้ำสมัยอย่างครบครัน และพร้อมเดินหน้าผลิตรถยนต์นั่งส่วนบุคคล เชิงพาณิชย์ได้ทันที!!

โดยเป็นความร่วมมือจากพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนโดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยบริหารและจัดการทุน ด้านการพัฒนากำลังคนและทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.) ภายใต้ สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ร่วมกับกรมวิทยาศาสตร์บริการ ซึ่งเป็นหน่วยงานสนับสนุนทุนวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีของรัฐบาลไทย ภายใต้งบประมาณสนับสนุน 17 ล้านบาท

สำหรับ รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ เลเวล 3 จะสามารถตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมการจราจรต่างๆ ได้ด้วยตัวเองจากการตรวจจับสิ่งรอบตัวผ่านเซ็นเซอร์ และควบคุมอย่างเหมาะสม สามารถแแซงรถที่อยู่ข้างหน้า การเปลี่ยนเลน การเบรกเมื่อตรวจพบเจอสิ่งกีดขวาง และการเลี้ยวผ่านแยก โดยที่คนขับสามารถละสายตาจากถนน ทำกิจกรรมอย่างอื่นเช่น อ่านหนังสือ แต่ในบางสถานการณ์ระบบอาจไม่อาจตัดสินใจได้ ยังต้องให้คนเป็นผู้ควบคุมเอง

“ฮิเดอาคิ มิอุระ” กรรมการผู้จัดการ บริษัท แม็คนิก้า ไซเทค (ประเทศไทย) จำกัด บอกว่า รถยนต์นั่งส่วนบุคคลขับเคลื่อนอัตโนมัติรุ่นนี้ ได้ดัดแปลงและพัฒนาต่อยอดมาจากรถยนต์ไฟฟ้า ถือเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคลคันแรกของประเทศไทยที่ผลิตจากรถยนต์ไฟฟ้า 100%

ได้มีการติดตั้งซอฟต์แวร์ และฮาร์ดแวร์เพิ่ม ทั้งในส่วนของ คันเร่งไฟฟ้าแบบ Drive By Wire รวมถึงกล้อง ระบบสร้างแผนที่ HD Map และเซ็นเซอร์อื่นๆ และใช้ซอฟต์แวร์ Autoware ทำให้รถสามารถวิ่งอัตโนมัติได้ พร้อมฟังก์ชันตรวจจับสิ่งกีดขวาง ชะลอความเร็ว เบรก หรือเปลี่ยนเลนได้อัตโนมัติ

นอกจากนี้ยังได้จับมือเป็นพันธมิตรกับเจ็นเซิฟ บริษัทออกแบบพัฒนา ผลิต และจำหน่ายรถ AGV หรือ รถขนถ่ายสินค้าและวัสดุอัตโนมัติในโรงงานสัญชาติไทย ในการรับหน้าที่เป็นผู้ทำการติดตั้งฮาร์ดแวร์ และระบบออโตเมชั่นอื่นๆ ทั้งหมดภายในรถยนต์ไร้คนขับ 

ทำให้การสั่งการระบบอัตโนมัติจากซอฟต์แวร์ (ออโต้แวร์) สามารถเสร็จสมบูรณ์ได้อย่างราบรื่นตามข้อกำหนด ในการส่งมอบ ผลการทดสอบ พบว่ารถยนต์สามารถขับเคลื่อนได้เองโดยสมบูรณ์ในระยะทางมากกว่า 100 กม. ด้วยความเร็วสูงสุด 40 กม./ชม.

ด้าน “วรีมน ปุรผาติ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ็นเซิฟ (ประเทศไทย) จำกัด บอกว่า การพัฒนายานยนต์อัตโนมัติเพื่อใช้ในเชิงพาณิชย์ครั้งนี้ ยังมีต้นทุนสูงอยู่คันละประมาณ 10 ล้านบาท และใช้เวลาในการติดตั้งอุปกร์ทั้งหมดประมาณ 6 เดือน แต่หากมีการผลิตที่มากขึ้นก็จะมีต้นทุนถูกลงได้ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันในไทยยังไม่มีกฎหมายรองรับรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ การใช้งานจึงต้องทำในพื้นที่ปิด เช่น โรงงาน นิคมอุตสาหกรรม สถานที่ท่องเที่ยว โรงแรม สนามบิน ฯลฯ ซึ่งที่ผ่านมาได้นำไปทดสอบวิ่งจริงที่ พื้นที่วังจันทร์วัลเลย์ สามารถวิ่งได้ตามแผนที่กำหนด ในอนาคตมีเป้าหมาขยายการผลิตไปยังรถประเภทอื่นๆ เช่น รถบัสขนส่ง รถกอล์ฟ ฯลฯ

ซึ่งการดัดแปลงรถยนต์ไฟฟ้าเป็นรถยนต์อัตโนมัติ เป็นเรื่องที่เริ่มทำได้เลย เพราะในประเทศไทยปัจจุบัน มีรถยนต์ไฟฟ้าให้เลือกนำมาดัดแปลงได้ทันทีหลายรุ่น ประกอบกับมีแหล่งผลิตชิ้นส่วนและเทคโนโลยีที่พร้อมอยู่แล้ว

ขณะที่ “ฮิเดอาคิ มิอุระ” บอกต่อว่า ในประเทศญี่ปุ่น บริษัทได้พัฒนารถ รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติในหลายจังหวัด ทั้งรูปแบบของรถยนต์นั่งส่วนบุคคล รถยนต์ขนาดเล็ก ไปถึงรถบัส ที่เป็น ชัทเติลบัส พื่อใช้รับส่งคนในระยะใกล้ จากที่หนึ่งไปอีกสถานที่หนึ่ง ซึ่งรถจะวิ่งตามแผนที่ ซึ่งซอฟต์แวร์กำหนดไว้ ซึ่งหวังว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้นในประเทศไทยเช่นกัน

“ขณะนี้อยู่ระหว่างหารือและทำงานร่วมกันกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในภาครัฐเพื่อกำหนดกฎเกณฑ์และมาตรฐานต่างๆ เพื่อให้ประชาชน หรือภาคเอกชนมีความมั่นใจในการนำเทคโนโลยียานยนต์ไร้คนขับไปใช้ได้สะดวกและขยายไปในวงกว้างมากขึ้น สอดรับกับเมกะเทรนด์ทั่วโลกในเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน”

นับเป็นอีกหนึ่งความก้าวหน้าของไทยที่มีการพัฒนา รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ ตามเทรนด์โลก อย่างน้อยทำให้ไทยไม่ตกขบวน และในอนาคตอาจล้ำหน้าไปถึงพัฒนารถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ เลเวล 5 ที่เป็น รถยนต์ขับเคลื่อนเอง อย่างสมบูรณ์ก็เป็นได้!!

จิราวัฒน์ จารุพันธ์