เมื่อวันที่ 22 พ.ค. ที่ท่าเรือยอดพิมาน เขตพระนคร น.ส.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯ กทม. เป็นประธานในการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ ประจำปี 2566 อย่างเต็มรูปแบบ ตามโครงการระดมทรัพยากรในพื้นที่ เพื่อพัฒนาความพร้อมทางการแพทย์ในเหตุสาธารณภัย ปี 2566 ภายใต้สถานการณ์ “เหตุเรือด่วนเจ้าพระยาชนกับโป๊ะเรือ” โดยมี พญ.เลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง ผอ.สำนักการแพทย์ พร้อมคณะผู้บริหารสำนักการแพทย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมสังเกตการณ์การฝึกซ้อม

รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า สาธารณภัยและภัยพิบัติทุกประเภท หากเกิดขึ้นแล้วย่อมส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ดังนั้นการปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือในเหตุสาธารณภัยรูปแบบต่าง ๆ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อช่วยเหลือประชาชนหรือผู้ประสบเหตุให้รอดชีวิต ปลอดภัย และสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปกติสุข ด้วยเหตุนี้ จึงต้องมีการฝึกซ้อมแผนปฏิบัติการและทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ ซึ่งนอกจากจะทำให้บุคลากรมีความเข้าใจในขอบเขตอำนาจหน้าที่และขั้นตอนการปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานอื่น ๆ เมื่อเกิดเหตุสาธารณภัยแล้ว ยังเป็นการเปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ในการปฏิบัติงาน เพื่อให้การสนับสนุนการปฏิบัติการมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น

“ขอขอบคุณทุกคนที่มาเพื่อทำให้เราเข้าใจว่าแต่ละหน่วยงานจะทำอย่างไรเมื่อเกิดสถานการณ์ขึ้น เมื่อซ้อมเสร็จแล้วจะมีการหารือกับผู้แทนทุกหน่วยงานหลังซ้อมว่าเป็นอย่างไรบ้าง การซ้อมทำให้เราเรียนรู้อะไร ตรงไหนของการซ้อมที่ไม่สมจริง เพื่อครั้งหน้าจะได้ทำให้สถานการณ์สมจริงยิ่งขึ้น และสอดคล้องกับการทำงานอย่างแท้จริง หากมีเครื่องมือหรือทรัพยากรอะไรติดขัดขณะซ้อม ก็สามารถแจ้งได้ เรื่องใดที่จะต้องแก้ไขจากฝั่งของกรุงเทพมหานคร ไปสู่ภาคส่วนที่มาช่วยก็จะทำ เพื่อให้สามารถช่วยเหลือประชาชนหรือผู้ประสบเหตุได้จริง ๆ” รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าว

ขณะที่ ผอ.สำนักการแพทย์ กล่าวว่า สำนักการแพทย์ โดยศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร (ศูนย์เอราวัณ) ได้จัดโครงการระดมทรัพยากรในพื้นที่ เพื่อพัฒนาความพร้อมทางการแพทย์ในเหตุสาธารณภัย ประจำปีงบประมาณ 2566 ซึ่งเป็นกิจกรรมการฝึกซ้อมแผนปฏิบัติการทางการแพทย์ในการเผชิญเหตุสาธารณภัย มีการปรับเปลี่ยนสถานการณ์และวิธีการในการปฏิบัติการให้เหมาะ โดยกำหนดให้การฝึกซ้อมแผนปฏิบัติการในเหตุ “เรือโดยสารชนท่าเทียบเรือ” ทำให้มีผู้ประสบเหตุ 68 ราย

มีการนำระบบบัญชาการเหตุการณ์ Incident Command System (ICS) มาใช้ เพื่อช่วยให้การเผชิญเหตุการณ์ไม่เกิดความสับสน การปฏิบัติการและการให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเป็นการประเมินศักยภาพและความพร้อมในการร่วมปฏิบัติการในเหตุสาธารณภัยดังกล่าว เพื่อนำไปสู่การวางแผนการพัฒนาศักยภาพและความพร้อมในการรับมือกับสาธารณภัยที่อาจจะเกิดขึ้น พร้อมทั้งเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร

ซึ่งในการซ้อมแผนปฏิบัติการทางการแพทย์ฯ ในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ได้แก่ สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักเทศกิจ สำนักงานเขตพระนคร สำนักงานประชาสัมพันธ์ โรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ กรมเจ้าท่า บริษัท เจ.บี.แอสเสท จำกัด ผู้บริหารตลาดยอดพิมาน บริษัท เรือด่วนเจ้าพระยา จำกัด สถานีตำรวจนครบาลพระราชวัง สถานีตำรวจนครบาลปากคลองสาน คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช โรงพยาบาลหัวเฉียว มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และมูลนิธิร่วมกตัญญู

ด้านนายเฉลียว ปรีกราน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตลาดยอดพิมาน จำกัด กล่าวว่า เรามาอยู่ที่นี่กว่า 10 ปีแล้ว ได้เห็นความเจริญเติบโตของแม่น้ำ ซึ่งมีเรือจำนวนเยอะมากขึ้น มีการสัญจรทางเรือตลอดทั้งวัน ทั้งเรือรับ-ส่งนักท่องเที่ยว เรือสำราญต่าง ๆ ทำให้ในแต่ละคืนคาดว่า มีคนประมาณ 5,000-6,000 คน ที่ต้องใช้เส้นทางนี้ ฉะนั้นจึงมีโอกาสที่จะเกิดอุบัติขึ้นได้ ภาคเอกชนจึงมีความยินดีอย่างยิ่งที่จะร่วมงานแบบนี้ อยากให้มีการฝึกซ้อมเช่นนี้ทุกปี เพื่อสร้างความปลอดภัยในแม่น้ำให้แก่ประชาชนมากยิ่งขึ้น.




