เกาะลันตา” แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ หลังมีนโยบายและส่งเสริมการท่องเที่ยว ส่งผลให้ เกาะลันตากลายเป็นที่รู้จักมากขึ้น โดยในช่วงปี 2561 มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมากกว่า 5 ล้านคน แต่สิ่งที่ตามมาด้วย คือ ขยะบนเกาะลันตามีปริมาณเพิ่มมากขึ้น ทรัพยากรธรรมชาติทั้งทางบกและทางทะเลถูกรบกวนอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เพื่อให้เกิดการคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ควบคู่การใช้อย่างยั่งยืน ด้วยการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน การประกาศ “ปฏิญญาอ่าวลันตา” ซึ่งมีหน่วยงานกว่า 48 องค์กร ร่วมประกาศเจตจำนง ในการพัฒนาคุ้มครองธรรมชาติที่สอดคล้องกับเศรษฐกิจ สังคมรวมถึงสิ่งแวดล้อม จึงเริ่มขึ้น

นายชาติวุฒิ วังวล ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า การลงนามปฏิญญาว่าด้วยการจัดการมลพิษเพื่อความยั่งยืนในพื้นที่ ที่มีองค์กรทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคมและองค์กรสาธารณสุขต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วมเพื่อบำรุงรักษาพื้นที่นี้มีการจัดการที่ปลอดภัยและทำให้เศรษฐกิจโตไปพร้อมกันได้ ปัญหาขยะ ปัญหาความยั่งยืนในการพัฒนา ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งอาจจะมองว่าภาครัฐต้องเป็นผู้วางนโยบาย เป็นผู้ดำเนินการขับเคลื่อน แต่ในทางปฏิบัติจริงๆ คนทุกคนนั้นมีส่วนร่วมทั้งหมดในการรับผิดชอบดูแล ดังนั้นความสำเร็จของโมเดลนี้ จะนำไปประยุกต์ใช้และขยายผลเรื่องการจัดการพลาสติกในพื้นที่อื่นต่อไป

นายธีรพจน์ กษิรวัฒน์ ที่ปรึกษาสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวเกาะลันตา กล่าวว่า ในสมัยก่อนทรัพยากรทางทะเลในเกาะลันตานั้นสมบูรณ์กว่าปัจจุบันมาก แต่ปัจจุบันมีแนวโน้มเสื่อมโทรมมากขึ้นต่อเนื่อง โดยแม้ว่าบางชุมชนจะจัดการทรัพยากรนั้นได้ดี ก็ยังมีโอกาสถูกรบกวนจากชุมชนอื่นได้ แต่หากสามารถรวมตัวเครือข่ายผู้ใช้ประโยชน์ทางทะเลได้ ทั้งชาวประมง รวมถึงผู้ประกอบการร้านอาหารและโรงแรม โดยมีองค์กรภายนอกจากภาครัฐและเอกชน เข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุน ใช้ข้อมูลเชิงวิชาการนำมาจัดแผนงานให้เป็นรูปธรรม จะทำให้เกิดการขับเคลื่อนเชิงปฏิบัติจริงได้ในอนาคต

ดร. ปิ่นศักดิ์ สุรัสวดี อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่า การลงนามปฏิญญาในครั้งนี้ ทางกรมควบคุมมลพิษพร้อมจะให้คำแนะนำ ในการส่วนร่วมกับจังหวัดและท้องถิ่น หาข้อเสนอแนะและแนวทาง ไม่ว่าจะเป็นการคัดแยกขยะหรือการผลิตผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Eco-design) เพื่อลดจำนวนขยะให้ได้มากที่สุด เป็นส่วนสนับสนุนการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและการเติบโตทางเศรษฐกิจ

ดร.พรศรี สุทธนารักษ์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า การท่องเที่ยวจะเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญของเกาะลันตา ถ้าเรานำความรู้เพื่อดูแลปะการัง ป่าชายเลนและสัตว์ทะเลหายาก ก็จะเป็นอีกตัวช่วยที่ทำให้การท่องเที่ยวเกิดความยั่งยืน ซึ่งที่ผ่านมา ทช. ได้จัดเก็บขยะทะเลที่ตกค้างออกจากระบบนิเวศชายฝั่งทะเลจำนวน 3,950,904 ชิ้น รวมน้ำหนักกว่า 443,987 กิโลกรัม

การลงนาม “ปฏิญญาอ่าวลันตา” เป็นการประกาศ 9 หมุดหมายและเจตจำนงในการพัฒนาที่สำคัญ คือ 1. การประมงที่ยั่งยืน 2. การอนุรักษ์ฟื้นฟูชายฝั่งทะเล 3. พัฒนาเศรษฐกิจสีเขียวและเศรษฐกิจรเกื้อกูล 4. การท่องเที่ยวที่ยั่งยืน 5. การเชื่อมโยงการพัฒนาทางเศรษฐกิจทางเศรษฐกิจกับชุมชนท้องถิ่น 6. การลดภัยคุกคามจากไมโครพลาสติกและขยะพลาสติกในทะเล 7. การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและใช้พลังงานสะอาด 8.การพัฒนาทางสังคมและคุณภาพชีวิต 9. ส่งเสริมการมีส่วนร่วม เพื่อการขับเคลื่อนสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน