สำนักข่าวซินหัวรายงานจากเมืองหางโจว ประเทศจีน เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. ว่า ขณะที่จีนกำลังเดินหน้าลดช่องว่างการพัฒนาระหว่างเมืองและชนบท ความเปลี่ยนแปลงของเมืองเจียซิง ในมณฑลเจ้อเจียง ทางตะวันออกของประเทศ สะท้อนให้เห็นผ่านสิ่งธรรมดาอย่างการโดยสารรถประจำทาง


บ่ายวันหนึ่งในฤดูใบไม้ผลิ ปี 2547 ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำมณฑลเจ้อเจียง ขึ้นรถโดยสารประจำทางในตัวเมืองเจียซิง และนั่งรถเป็นระยะทางกว่า 20 กิโลเมตรไปยังปลายทางในชนบท


สีต้องการไปดูด้วยตาตัวเองว่า บริการรถโดยสารสายใหม่ที่เชื่อมพื้นที่เมืองกับชนบทของเมืองเจียซิงเป็นอย่างไร บริการดังกล่าวเปิดตัวเมื่อปี 2546 และถือเป็นหนึ่งในเส้นทางรถโดยสารสายแรกของมณฑลเจ้อเจียง รวมถึงของจีน ที่เชื่อมต่อเขตเมืองกับชนบทโดยตรง

จุดชมวิวในหมู่บ้านเหลียนเฟิง ที่เมืองเจียซิง มณฑลเจ้อเจียง ทางตะวันออกของจีน วันที่ 18 พ.ย. 2568


ระหว่างการเดินทาง สีพูดคุยกับจิน ลี่จวิน พนักงานเก็บค่าโดยสารบนรถ โดยสอบถามถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นหลังเปิดให้บริการเส้นทางดังกล่าว ซึ่งจินตอบว่า เกษตรกรสามารถเดินทางเข้าเมืองได้สะดวกกว่าที่เคยมาก


เส้นทางรถโดยสารสายนี้ทอดยาวไปยังหมู่บ้านซานซิง ซึ่งเป็นแหล่งปลูกลูกพีชชื่อดัง ในอดีต เกษตรกรสามารถนำผลผลิตไปจำหน่ายได้เพียงในตลาดตำบล แต่เส้นทางรถโดยสารสายใหม่นี้ช่วยให้พวกเขาเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองโดยตรง ทำให้ขายลูกพีชได้ราคาดีกว่าเดิม


สียังเชิญชวนให้ผู้โดยสารแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับบริการ ทั้งในส่วนที่ควรปรับปรุงและสิ่งที่อยากให้เกิดขึ้นในอนาคต ส่งผลให้บรรยากาศบนรถเต็มไปด้วยการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างคึกคัก


หลังลงจากรถ สีพูดคุยกับชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียง และรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการบูรณาการการพัฒนาระหว่างเมืองกับชนบท โดยชาวบ้านต่างเล่าถึงความเปลี่ยนแปลงที่บริการรถโดยสารสายใหม่นำมาสู่ชีวิตประจำวัน


ภาพเหตุการณ์เช่นนี้สะท้อนแนวทางที่สีย้ำมาตลอดเส้นทางการเมือง นั่นคือการผลักดันโครงการที่ก่อประโยชน์แก่ประชาชนอย่างแท้จริง และกำหนดนโยบายบนพื้นฐานของความคิดเห็นจากผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง

นักท่องเที่ยวล่องเรือชมทิวทัศน์ ในเขตชมวิวทะเลสาบหนานหู เมืองเจียซิง มณฑลเจ้อเจียง ทางตะวันออกของจีน วันที่ 5 เม.ย. 2569


หนึ่งในประเด็นที่ถูกหยิบยกระหว่างการเดินทางครั้งนั้น คือคำขอให้ติดตั้งสัญญาณไฟจราจรบริเวณทางแยกของทางหลวงและถนนในตำบล สีจึงสั่งการให้หน่วยงานท้องถิ่นตรวจสอบเรื่องดังกล่าวโดยทันที


การเดินทางนาน 40 นาทีครั้งนั้นยังทำให้สีได้เห็นปัญหาคอขวดด้านโครงสร้างพื้นฐานด้วยตนเอง จึงเสนอให้ขยายถนนที่คับแคบ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางระหว่างเขตเมืองและชนบทมากยิ่งขึ้น


ขณะนั้น เมืองเจียซิงเปิดให้บริการรถโดยสารลักษณะดังกล่าวแล้ว 36 เส้นทาง เชื่อมโยงตำบล 30 แห่ง และหมู่บ้าน 238 แห่ง เพื่อลดช่องว่างระหว่างเมืองและชนบทที่เกิดขึ้นควบคู่กับการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วของจีน


เมื่อสีเริ่มปฏิบัติงานในมณฑลเจ้อเจียงช่วงปลายปี 2545 เขาใช้เวลาหลายเดือนเดินทางไปทั่วมณฑล เพื่อทำความเข้าใจสภาพความเป็นจริงในพื้นที่


ระหว่างการเยี่ยมชมหมู่บ้านต่าง ๆ สีได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ระดับรากหญ้าและเกษตรกร โดยมีคำถามสำคัญเป็นแนวทางว่า ประชาชนในชนบทของเจ้อเจียงกว่า 30 ล้านคน จะได้รับประโยชน์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจมากกว่านี้ได้อย่างไร


ในเดือน ก.ค. 2546 สีเปิดตัวยุทธศาสตร์การพัฒนาที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเมืองและชนบทอย่างสอดประสาน และการบูรณาการที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นระหว่างเมืองกับชนบทของมณฑลเจ้อเจียง


บริการรถโดยสารแบบบูรณาการของเมืองเจียซิงถือเป็นหนึ่งในโครงการริเริ่มแรก ๆ ของแนวทางดังกล่าว แม้เส้นทางรถสายนี้ไม่ได้สร้างตัวเลขทางเศรษฐกิจที่โดดเด่นมากนัก แต่กลับเปลี่ยนแปลงชีวิตประจำวันของประชาชนหลายพันคนอย่างเงียบ ๆ


ในมุมมองของสี การแก้ไขปัญหาในชีวิตประจำวันของประชาชนถือเป็นบริการสาธารณะที่มีความหมาย และเป็นมาตรวัดความสำเร็จของการบริหารงานอย่างแท้จริง


สีกล่าวในการบรรยายที่โรงเรียนพรรคประจำมณฑลเมื่อปี 2547 ในหัวข้อ “การทำงานให้ดี” ว่า การแก้ไขปัญหาในการพัฒนาเศรษฐกิจถือเป็นความสำเร็จ และการใส่ใจความเป็นอยู่ของประชาชนก็ถือเป็นความสำเร็จเช่นกัน


คำกล่าวดังกล่าวท้าทายแนวคิดที่ยึดถือกันมาเป็นเวลานานว่า ผลงานของภาครัฐควรถูกวัดจากการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) เพียงอย่างเดียว

ผู้บริโภคเลือกซื้อดอกไม้ที่ร้านจำหน่ายดอกไม้ ในย่านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมเย่ว์เหอ ที่เมืองเจียซิง มณฑลเจ้อเจียง ทางตะวันออกของจีน วันที่ 24 มี.ค. 2569


สำหรับสี การแสวงหาความสำเร็จที่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนอย่างแท้จริง เป็นสิ่งที่ฝังรากลึกอยู่ในอัตลักษณ์ของเขาในฐานะสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จีนมาอย่างยาวนาน


ดังที่สีเคยกล่าวไว้ว่า พรรคถือกำเนิดขึ้นเพื่อประชาชนและเติบโตได้ด้วยประชาชน โดย “การรับใช้ประชาชนอย่างสุดหัวใจคือจุดมุ่งหมายสูงสุดของพรรค และเป็นสิ่งที่ทำให้พรรคคอมมิวนิสต์จีนแตกต่างจากพรรคการเมืองอื่น”


ความเชื่อมั่นดังกล่าวเริ่มก่อตัวตั้งแต่ช่วงแรกของชีวิตการเมืองของสี เมื่อกว่าครึ่งศตวรรษก่อน ขณะปฏิบัติงานในพื้นที่ชนบทยากจนทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน เขาได้นำชาวบ้านขุดบ่อน้ำ สร้างนาขั้นบันได และติดตั้งระบบก๊าซชีวภาพ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน


นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางการเมืองที่พาเขาผ่านตำแหน่งบริหารในหลายระดับ ก่อนก้าวขึ้นเป็นผู้นำสูงสุดของจีน โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนเป็นหัวใจสำคัญมาโดยตลอด


หลังได้รับเลือกเป็นเลขาธิการใหญ่คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน เมื่อเดือน พ.ย. 2555 สีกล่าวต่อสื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศว่า “ความปรารถนาของประชาชนชาวจีนที่จะมีชีวิตที่ดีขึ้น คือเป้าหมายที่เราต้องมุ่งมั่นทำให้เป็นจริง”


ตลอดกว่า 20 ปีที่ผ่านมา มณฑลเจ้อเจียงค่อย ๆ เดินหน้าไปสู่เป้าหมายที่สี จิ้นผิงวางไว้ในช่วงดำรงตำแหน่งในมณฑล


ปัจจุบัน เจ้อเจียงถือเป็นหนึ่งในภูมิภาคของจีนที่มีความสมดุลระหว่างเมืองและชนบทมากที่สุด โดยช่องว่างรายได้ระหว่างเมืองกับชนบทลดลงจากอัตราส่วน 2.43 ต่อ 1 ในปี 2546 เหลือ 1.81 ต่อ 1 ในปี 2568 ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการเติบโตของอุตสาหกรรมชนบทที่มีเอกลักษณ์เฉพาะท้องถิ่น


ขณะเดียวกัน บริการสาธารณะก็ขยายตัวสู่พื้นที่ชนบทมากขึ้น เจ้อเจียงเป็นหนึ่งในมณฑลแรก ๆ ที่ให้บริการรถโดยสารเข้าถึงทุกหมู่บ้าน ปัจจุบันเครือข่ายรถโดยสารเชื่อมเมือง-ชนบทครอบคลุมพื้นที่มากกว่าร้อยละ 90 ของมณฑล


บริการสาธารณะขั้นพื้นฐานด้านอื่น ๆ ก็ได้รับการยกระดับเช่นกัน ส่งผลให้ประชาชนทั้งในเมืองและชนบทสามารถเข้าถึงบริการคุณภาพสูงได้อย่างเท่าเทียมมากขึ้น


เส้นทางรถโดยสารในเมืองเจียซิงที่สี จิ้นผิงเคยนั่งยังคงเปิดให้บริการอยู่ แต่ภูมิทัศน์สองข้างทางเปลี่ยนแปลงไปอย่างเงียบ ๆ รถโดยสารที่เคยเต็มไปด้วยชาวนา ปัจจุบันขนส่งนักท่องเที่ยวจากเมืองใหญ่ที่เดินทางมายังชนบท เพื่อเก็บผลไม้ ตั้งแคมป์ หรือร่วมงานเทศกาลดนตรี


จิน อดีตพนักงานเก็บค่าโดยสาร ซึ่งปัจจุบันทำหน้าที่ขับรถรับส่งผู้โดยสาร กล่าวว่า เขาเดินทางไปมาระหว่างเมืองกับชนบททุกวัน และสามารถสัมผัสได้ว่าช่องว่างระหว่างสองพื้นที่แคบลงเรื่อย ๆ ในทุกปี


ขณะที่จีนเริ่มเดินหน้าแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 (พ.ศ. 2569-2573) และเข้าสู่ทศวรรษสุดท้ายก่อนบรรลุเป้าหมายการสร้างความทันสมัยขั้นพื้นฐานภายในปี 2578 ประเด็นเรื่องความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับ “ผลงาน” ของเจ้าหน้าที่รัฐจึงกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง


สีกล่าวระหว่างการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกรุงปักกิ่งเมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา ว่า แม้เจ้าหน้าที่ทุกระดับจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกระตือรือร้นและแรงผลักดัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการมีความเข้าใจที่ถูกต้องว่าอะไรคือผลงานที่ดี


ต่อมาในเดือนเดียวกัน พรรคคอมมิวนิสต์จีนได้ริเริ่มโครงการศึกษาทั่วทั้งพรรค เพื่อส่งเสริมให้สมาชิก โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ระดับอำเภอขึ้นไป ยึดมั่นในแนวคิดเรื่องประสิทธิภาพการบริหารที่ให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่ของประชาชน และผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมในระยะยาว แม้ผลลัพธ์ดังกล่าวอาจไม่ปรากฏให้เห็นในทันที


ทั้งนี้ เมื่อเดือน มี.ค. ผู้นำจีนกล่าวถึงประเด็นดังกล่าวอีกครั้ง ระหว่างการหารือกลุ่มกับสมาชิกสภานิติบัญญัติระดับชาติ โดยระบุว่า เจ้าหน้าที่และสมาชิกพรรคควรได้รับการชี้นำให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่นและทุ่มเท พร้อมสร้างผลงานที่พิสูจน์ได้จากการปฏิบัติจริง เป็นที่ยอมรับของประชาชน และยืนหยัดผ่านบทพิสูจน์ของกาลเวลา.

ข้อมูล-ภาพ : XINHUA