เมื่อวันที่ 2 ก.ค. เวลา 14.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะรมว.มหาดไทย พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย แถลงผลการสืบสวนหาข้อเท็จจริงกรณีพบการทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น โดยนายอนุทิน กล่าวว่า ได้สั่งการให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีพบการทุจริตสอบท้องถิ่น ซึ่งเป็นเรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก
ด้านนายสันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบสวนฯ กล่าวถึงผลการตรวจสอบการทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น ว่า คณะกรรมการตรวจสอบฯ ได้แสวงหาข้อเท็จจริง ทั้งจากพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง และเชิญผู้เกี่ยวข้อง 15 ราย มาให้ข้อมูล และเรียกเอกสารจากหน่วยงานต่างๆ ด้วย รวมถึงเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีมาให้คำแนะนำ ซึ่งในเบื้องต้น คณะกรรมการฯ ได้ตรวจกระดาษคำตอบของศูนย์สอบทั้ง 10 ศูนย์ พบว่าผู้รับจ้างไม่ได้จัดส่งไฟล์ข้อมูลภาพถ่ายกระดาษคำตอบที่ปรากฏผลคะแนนมาที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ในทันที หลังจากตรวจกระดาษคำตอบเสร็จแล้ง อีกทั้งได้สุ่มตรวจแฟลชไดร์ฟที่เก็บอยู่ในกรม สถ. ซึ่งในนั้นบันทึกภาพถ่ายกระดาษคำตอบทั้งหมดของทุกคน กับประกาศผลคะแนนที่แจ้งมา ซึ่งจากการสุ่มตรวจ 79 ราย พบว่ามี 48 รายที่คะแนนในสำเนากระดาษคำตอบ ไม่ตรงกับไฟล์ประมวลผลคะแนนสอบ โดยเป็นการแก้ไขคะแนน ทั้งในกรณีภาค ก. และภาค ข. เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และทำให้ผลคะแนน ภาค ก. เกินกว่าร้อยละ 60 และภาค ข. มีคะแนนสูงเป็นพิเศษถึงร้อยละ 90

นายสันติธร กล่าวอีกว่า ส่วนการประกาศผลผู้มีสิทธิสอบภาค ค. นั้น ผู้รับจ้างได้จัดส่งแฟลชไดร์ฟที่บรรุจผลการประมวล ภาค ก. และภาค ข. รวมถึงภาษาอังกฤษ ให้คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ที่มีหน้าที่ดูแลการสอบครั้งนี้ เพื่อให้พิจารณาให้ความเห็นชอบ ซึ่งคณะกรรมการตรวจสอบฯ สรุปข้อมูลได้ว่าไม่ปรากฏว่า กสถ.ได้นำข้อมูลในแฟลชไดร์ฟที่บันทึกภาพถ่ายกระดาษคำตอบ ภาค ก. และภาค ข. มาสอบทานกับประมวลผล ภาค ก. และ ภาค ข. ที่ผู้รับจ้างส่งให้แต่อย่างใด นอกจากนี้ จากที่เราให้ผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีตรวจสอบหลักฐานทางดิจิทัล พบว่าแม้มีการประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบภาค ค. ไปแล้ว แต่ยังมีผู้เกี่ยวข้องแอบเข้าไปแก้ไขข้อมูลในระบบสารสนเทศก่อนประกาศเป็นทางการ โดยผู้เกี่ยวข้อง มีทั้งข้าราชการของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นมีมูลความผิดวินัยร้ายแรง 5 ราย, ผู้รับจ้าง, บริษัทเอกชนภายนอก และบุคคลที่ยังไม่ทราบตัวตน
นายสันติธร กล่าวว่า สำหรับไฟล์ข้อสอบที่ต้องมีการสำรองเก็บไว้ 2 ชุด อยู่ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) 1 ชุด และกรม สถ. 1 ชุด ส่วนคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงรับผิดชอบในฐานะกระทรวงมหาดไทย เข้าไปดูเฉพาะไฟล์กระดาษคำตอบของ สถ. ขณะเดียวกัน เราได้ขอข้อมูลจาก มศว ด้วยอีกทาง แต่เขาไม่ได้ให้มา จึงมีการเปรียบเทียบเฉพาะเอกสารที่มี ส่วนพฤติการณ์ของข้าราชการพลเรือน 5 รายที่กระทำความผิดนั้น เป็นเพียงการกล่าวหาจากการสอบสวนที่ผ่านมา 5 วัน ซึ่งต้องมีการขยายผลทั้งด้านวินัยและอาญา เมื่อถามว่าเป็นพฤติการณ์แบบผู้สั่งการหรือไม่ นายสันติธร กล่าวว่า ยังไม่ใช่ ยังไม่ถึงขนาดนั้น
ด้านนายอนุทิน กล่าวว่า สมัยที่ตน เป็นรองนายกฯและรมว.มหาดไทย ในปี 2566 ช่วงเดือนต.ค.และพ.ย. มีข่าวทํานองนี้ขึ้นมาและตนได้สั่งการ ให้ชะลอและไม่ให้มีการสอบ ให้ดําเนินการสอบตามมาตรฐานใหม่ โดยได้เปลี่ยนมหาวิทยาลัยที่เป็นสนามสอบ ล่าสุดใช้เวลา 2 ปีกว่าที่จะมีการสอบ ตนได้สอบถามไปว่าเหตุใดจึงเร่งสอบในตอนนี้ ทั้งที่ตนได้สั่งยกเลิกไปแล้ว มันเลยทําให้ไม่ได้มีการสอบมา 3 ปีแล้ว และในช่วงปลายปี 2568 พวกที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตคงคิดว่าจะมีแค่รัฐบาล “หนู 1” ไม่ได้เกรงกลัวอะไร คงคิดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงในกระทรวงมหาดไทย การสอบก็ยังไม่มีใครมารายงานสักคนว่ามันมีเรื่องการสอบพวกนี้ ถ้าถามว่า เขาผิดหรือไม่ที่ไม่ได้มารายงาน ก็ไม่ผิด เพราะเป็นการกระทําภายในขอบเขตอํานาจของกรม รัฐมนตรี หรือนายกฯ ไม่สามารถไปรู้ทุกเรื่องได้ อย่างนั้นมันก็เป็นการทํางานแบบล้วงลูก ถ้าสอบแล้วมันผ่านไปด้วยดีไม่มีคนร้องเรียน ไม่มีการทุจริต ทุกคนได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม ก็ไม่มีปัญหาอะไร นี่คือสิ่งที่รัฐบาลได้ทําไว้
นายกฯ กล่าวว่า เมื่อตนเข้ามาในสมัยที่ 2 แล้วคงเป็นเรื่องที่ผิดความคาดหมาย เขาจึงไปแก้คำตอบ และไฟล์ข้อมูล ตนก็ยังเห็นเลยว่าสุ่มตรวจกระดาษคำตอบ คะแนนได้ 45 คะแนน แต่ว่าผลประกาศออกมาได้ 77 คะแนน ฉะนั้นการสุ่มตรวจ ที่เขาตรวจไป 80 คน อยู่ในลักษณะเช่นนี้หมด ตนยังบอกเลยว่าอะไรกัน คําตอบไม่มีรอยดินสอล้นออกมาในช่องเลย ทําไมเก่งจัง ซึ่งแปลว่าเขาเตรียมการไว้หมดแล้วไปทํา และอ้างว่าเดี๋ยวเอกสารเยอะ จะตรวจสอบไม่ทัน และจะไปทําโปรแกรมที่เกี่ยวกับเอไอ จึงเป็นที่มาของการสร้างกระดาษคําตอบนี้ขึ้นมา โดยอ้างว่าเป็นกระดาษคำตอบที่ล้อมากับคนที่ทำข้อสอบจริง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จังหวะนี้ นายกฯได้ชูตัวอย่างกระดาษคำตอบ พร้อมกล่าวว่า นี่เป็นกระดาษปลอม ไม่ใช่ของจริง เราไม่จำเป็นต้องถามหรอก กระบวนการนี้มันทุจริตแน่นอน ซึ่งกระทรวงมหาดไทยตั้งคณะกรรมการสอบ ในการสอบดำเนินการทางวินัยร้ายแรงกับผู้ที่เข้าข่าย ซึ่งไม่สามารถเปิดเผยชื่อตอนนี้ได้ เพราะเป็นการกล่าวหาเขา ซึ่งมีบุคคลที่มีชื่อเสียงและมีตําแหน่งสูง จึงต้องมีข้อมูล และรอผลสอบของหลาย หน่วยงานมายันข้อมูลกัน เพื่อให้รูปคดีมีความกระชับและมีความแน่นหนา โอกาสที่จะดิ้นหลุดก็ไม่มี
“มีทั้งเรื่องการโอนเงิน มีการบรรจุคน มีการแก้คะแนน ดูแต่ละเรื่องที่ทำเป็นอาญาแผ่นดินทั้งนั้น อย่างที่บอกพวกชั่ว ขายชาติ อันนี้คือความรู้สึก ที่ทุกคนก็คิดแบบนี้เหมือนกัน แต่เราจะบอกว่าคนนี้เป็นคนชั่ว คนนี้เป็นคนขายชาติ คนนี้เป็นคนที่โกงเฉยๆไม่ได้ เราต้องไปพูดให้เขารับข้อกล่าวหานี้ด้วยหลักฐาน ในรัฐบาลของผมต้องมีหลักฐานที่เป็นที่ประจักษ์ ต้องมัดตัวให้แน่น ดิ้นไม่หลุด เราทำงานกันแบบนี้ ที่ผ่านมาก็ยังไม่เห็น ทีใครรอดสักราย”นายอนุทิน กล่าว
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ตนสั่งการให้ชะลอหรือยกเลิกการบรรจุข้าราชการท้องถิ่นที่จะมีขึ้นเมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2569 แต่เนื่องจาก คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ไม่ได้มีแค่บุคลากรของกระทรวงมหาดไทย เพราะยังมีบุคคลภายนอกและผู้ทรงคุณวุฒิด้วย แม้กระทรวงมหาดไทยเสนอให้ชะลอการบรรจุ แต่เสียงในกสถ.ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย และลงมติให้บรรจุต่อไป ซึ่งนั่นคือก่อนผลการสอบสวน ดังนั้น ในเมื่อขณะนี้ปรากฏว่ามีการทุจริตจริง แล้วยังให้เดินหน้าการบรรจุต่อไป หากต่อมามีการตรวจสอบพบความผิดภายหลัง และการบรรจุทั้งหมดจะถือเป็นโมฆะ คณะกรรมการดังกล่าวต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ทั้งที่เขาพอทราบเป็นนัยอยู่แล้วว่ามีความไม่โปร่งใสแน่นอน.



