วันนี้ (31 ก.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานกรณีคุณพ่อชาวจีนจากจังหวัดเหอหนาน ยื่นฟ้องร้องบริษัทเกมออนไลน์ยักษ์ใหญ่ 4 แห่งของจีน ได้แก่ เทนเซนต์, เน็ตอีส, มิโฮโยะ และ 37 อินเตอร์แอคทีฟ เอนเตอร์เทนเมนต์ โดยเรียกค่าเสียหายเป็นเงินเชิงสัญลักษณ์เพียง 10 หยวน (ประมาณ 50 บาท) ส่วนเป้าหมายหลักของการฟ้องร้องครั้งนี้คือการขอให้ศาลเข้ามากำกับดูแลและบังคับให้บริษัทเหล่านี้ปฏิบัติตามหน้าที่ในการป้องกันไม่ให้เยาวชนเสพติดเกมอย่างเคร่งครัด
จุดเริ่มต้นของคดีเกิดขึ้นหลังจากลูกชายของชายคนหนึ่งซึ่งรายงานข่าวระบุเพียงชื่อสกุลว่า “ฉิน” แอบกินยาแก้ไข้รวดเดียวถึง 18 เม็ดในช่วงค่ำของวันที่ 23 พฤษภาคมที่ผ่านมา จนกระทั่งเกิดอาการอาเจียนอย่างหนักและหมดสติจนต้องนำตัวส่งโรงพยาบาล ซึ่งแพทย์วินิจฉัยว่า ผู้ป่วยเกิดภาวะได้รับยาเกินขนาดจนเป็นพิษ
แม้ว่าเด็กหนุ่มวัย 18 ปีคนนี้จะปลอดภัยและกลับมารักษาตัวที่บ้านได้แล้ว แต่เขากลับปฏิเสธที่จะบอกเหตุผลในการกินยาจำนวนมากทั้งที่ไม่ได้มีไข้ ทำให้นายฉินคาดว่าน่าจะเกิดจากความรู้สึกผิดหรือมีอาการเวียนศีรษะอันเนื่องมาจากการเล่นเกมเป็นเวลานานติดต่อกัน
เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ผู้เป็นพ่อตระหนักถึงความร้ายแรงของปัญหาการติดเกมของลูกชาย ซึ่งเป็นนักศึกษาอาชีวะที่หมกมุ่นกับการเล่นเกมมาหลายปี ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ เด็กหนุ่มจะเอาแต่นอนเล่นเกมอยู่บนเตียงและเข้านอนช่วงตี 3 ถึงตี 4 เป็นประจำ จนทำให้น้ำหนักตัวลดลงไปถึง 10 กิโลกรัม โดยสถิติจากแพลตฟอร์มเกมแห่งหนึ่งพบว่า นับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2567 เป็นต้นมา เขาใช้เวลาเล่นเกมรวมกันสูงถึง 1,868 ชั่วโมง หรือเฉลี่ยมากกว่าวันละ 2 ชั่วโมง
นายฉินซึ่งเป็นแรงงานย้ายถิ่นที่ต้องไปทำงานต่างเมืองเปิดเผยว่า เขาซื้อโทรศัพท์มือถือให้ลูกชายเพื่อไว้ใช้ติดต่อกัน แต่ลูกชายกลับอาศัยช่องโหว่หลบเลี่ยงมาตรการป้องกันการติดเกมของรัฐบาล ด้วยการนำบัตรประชาชนของพี่สาวซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้วไปลงทะเบียนบัญชีเกม เพื่อข้ามข้อจำกัดของกฎหมายจีนที่อนุญาตให้ผู้เล่นอายุต่ำกว่า 18 ปี เล่นเกมได้เฉพาะช่วงเวลา 20.00-21.00 น. ในวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์เท่านั้น
นายฉินเห็นว่า บริษัทเกมเหล่านี้ควรต้องรับผิดชอบ เนื่องจากล้มเหลวในการตรวจสอบตัวตนที่แท้จริงของผู้เล่น ทั้งที่มีเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างระบบจดจำใบหน้าอยู่ในมือ
“ผมหวังว่าศาลจะสามารถบังคับให้บริษัทเหล่านี้รับผิดชอบหน้าที่ในการป้องกันเด็กติดเกมอย่างจริงจัง และอยากให้มีการพิจารณาคดีโดยเปิดเผย เพื่อเปิดตีแผ่จุดอ่อนในการบริหารจัดการของวงการอุตสาหกรรมนี้” นายฉิน กล่าว
เดิมทีคดีนี้มีกำหนดขึ้นศาลในวันที่ 6 กรกฎาคม แต่ต้องเลื่อนออกไป เนื่องจากบริษัทเกมทั้ง 4 แห่ง ซึ่งตั้งอยู่ในต่างเมืองได้ยื่นคัดค้านเรื่องเขตอำนาจศาล อย่างไรก็ตาม นายฉินยืนยันว่า “ผมจะทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องสิทธิของลูก เกมได้ส่งผลกระทบและทำลายเด็กในยุคนี้ไปมาก หากผมไม่ลุกขึ้นมาสู้เพื่อสิทธิของลูก ผมก็คงไม่คู่ควรกับการเป็นพ่อคน”
คดีนี้ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางจากชาวเน็ตจีนหลายล้านคน โดยมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตคนหนึ่งแสดงความเห็นว่า “เขาคงอยากให้ปิดเกมทั้งหมดไปเลย เพราะค่ายเกมทุกแห่งก็ทำแบบเดียวกัน คือหลับตาข้างหนึ่งกับผู้เล่นที่เป็นเยาวชน” ขณะที่ชาวเน็ตอีกส่วนหนึ่งร่วมส่งกำลังใจให้นายฉิน โดยระบุว่า “อยากให้เขาชนะคดี บริษัทเกมจะได้ยกระดับมาตรการควบคุมผู้เล่นเยาวชนให้เข้มงวดขึ้น เพื่อปกป้องเด็กๆ ต่อไป”
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
ที่มา : scmp.com
เครดิตภาพ : Baidu, Oleksandr Pidvalnyi from Pixabay



