สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. ว่า องค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งน้ำมันออก (โอเปก) ซึ่งมีซาอุดีอาระเบีย ประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลกเป็นหัวเรือใหญ่ และพันธมิตรนอกกลุ่มนำโดยรัสเซีย ในนาม “โอเปกพลัส” มีมติร่วมกัน ในการประชุมเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา จำกัดการผลิตน้ำมันร่วมกันในปี 2567 ให้อยู่ที่วันละ 40.463 ล้านบาร์เรล ซึ่งจะเป็นการลดเพดานการผลิตลงวันละ 1.4 ล้านบาร์เรล
Saudi Energy Minister tells traders to “trust OPEC plus” after announcing further voluntary cuts. @Dan_Murphy pic.twitter.com/jnxMh4Inwp
— CNBC Middle East (@CNBCMiddleEast) June 4, 2023
ขณะที่เจ้าชายอับดุลอาซิซ บิน ซัลมาน รมว.พลังงานซาอุดีอาระเบีย กล่าวว่า ซาอุดีอาระเบียจะลดกำลังการผลิตน้ำมันลงอีกวันละ 1 ล้านบาร์เรล เริ่มวันที่ 1 ก.ค. ที่จะถึง เท่ากับว่า ปริมาณน้ำมันเฉพาะจากซาอุดีอาระเบียซึ่งส่งออกสู่ตลาดโลก จะอยู่ที่วันละ 9 ล้านบาร์เรล จากปัจจุบันคือวันละ 10 ล้านบาร์เรล

ทั้งนี้ เจ้าชายอับดุลอาซิซทรงให้เหตุผล เกี่ยวกับการที่ซาอุดีอาระเบียเตรียมลดเพดานการผลิตลงอีก “เป็นความสมัครใจ” เนื่องจากมาตรการของโอเปกพลัส ในการลดกำลังการผลิตสองครั้งก่อนหน้านั้น ยังไม่สามารถทำให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ และทรงขอให้ทุกฝ่าย “ไว้วางใจ” นโยบายของโอเปกพลัส
#SaudiArabia will make deep production cuts in July as part of a broader output-limiting OPEC+ deal as the group faces flagging oil prices and a looming supply glut.https://t.co/VfTa5U0Zxh
— Al Arabiya English (@AlArabiya_Eng) June 4, 2023
สำหรับมติลดเพดานการผลิตครั้งล่าสุดของโอเปกพลัส เกิดขึ้นเมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา โดยเป็นการลดปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบร่วมกัน 1 ล้านบาร์เรล ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกลดลง 10% อยู่ที่ระดับประมาณ 70 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (ราว 2,440.41 บาท) ต่ำที่สุด นับตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2564
ปัจจุบัน น้ำมันดิบที่มีการซื้อขายและใช้งานกันบนโลกนั้น เป็นการผลิตโดยโอเปกพลัสมากถึง 60% ส่วนกำหนดการประชุมโอเปกพลัสครั้งต่อไป คือวันที่ 26 พ.ย. 2566.
เครดิตภาพ : AFP



