เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวถึง กรณีพนักงานดับเพลิงร้องเรียนว่า ปฏิบัติหน้าที่เกินเวลาและไม่ได้รับค่าตอบแทนทำงานล่วงเวลา (โอที) ว่า ได้มีการพูดคุยกับ น.ส.ทวิดา กมลเวช รองผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งลงไปตรวจสอบ ทำให้เข้าใจถึงปัญหาและทราบว่าเป็นเรื่องของการอยู่เวร ซึ่งมีระเบียบเข้าเวร 3 กะ พัก 1 กะ แต่อาจจะมีจำนวนสถานีที่เพิ่มขึ้น จึงได้มอบหมายไปดูแลให้เกิดความเป็นธรรม ทั้งนี้ กทม. มีสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร (สำนักงาน ก.ก.) ดูแลข้าราชการ

ส่วนจะต้องรื้อระบบใหม่หรือไม่ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า ระบบมีอยู่แล้ว แต่ กทม. ต้องดูแลทีมงาน ในเรื่องดับเพลิงที่ผ่านมา อาจจะมีสถานีใหม่ และสำนักงาน ก.ก. อาจจะยังไม่ทราบ จึงยังไม่ได้ปรับจำนวนบุคลากร

ผู้ว่าฯ กทม. ระบุ เข้าใจว่าขณะนี้อัตราพนักงานดับเพลิงยังขาด ซึ่งจะพยายามเพิ่มกำลัง โดยดับเพลิงเองก็ใช้อาสาสมัครเอกชนมาร่วมด้วย จึงต้องทำให้เป็นเนื้อเดียวกัน นอกจากนี้ ยังมีโครงการเพิ่มสถานีดับเพลิง เพราะหากพิจารณาอัตราส่วนสถานีดับเพลิงปัจจุบันยังมีน้อยอยู่ เมื่อเทียบกับเมืองใหญ่ๆ ประเทศอื่น ขณะนี้มีหลายสถานีที่กำลังก่อสร้าง แต่อัตรากำลังไปไม่ทันกับสถานี

“ปัญหาหนึ่งของ กทม. ที่มีอยู่คือ ติดกรอบอัตรากำลัง 40% ตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 ที่กำหนดเงินที่ใช้สำหรับบุคลากรห้ามเกิน 40% ของงบประมาณ ตอนนี้ก็อยู่ใกล้ๆ แล้ว ฉะนั้น การเพิ่มอัตราจึงต้องดูให้รอบคอบ”

ทั้งนี้ เบื้องต้นมอบหมายรองผู้ว่าฯ ไปศึกษาว่าในอนาคตจุดใดที่ปรับลดได้ หน่วยงานใดใช้เทคโนโลยีทดแทนได้ ซึ่งไม่ใช่การนำคนออก แต่ใช้วิธีเมื่อมีคนเกษียณจะไม่ต้องมีคนเพิ่ม แต่นำเทคโนโลยีไปช่วย เพื่อให้คนทำงานให้มีประสิทธิภาพขึ้น ลดจำนวนคนลง แล้วก็ไปเพิ่มในส่วนที่ต้องใช้คนจริงๆ อย่างสาธารณสุขหรือครูก็จำเป็น เพราะเป็นเรื่องพื้นฐาน ที่พยายามเน้นมาตลอด ก็พยายามเกลี่ยให้ทั้งระบบ.