เมื่อวันที่ 8 ก.ค. พ.ต.ท.กฤษณ์ ลิ้มจำรูญ สว.(สอบสวน) งานศูนย์ควบคุมจราจร กก.2 บก.จร. (สน.ทางด่วน 2) รับแจ้งเหตุรถยนต์พลัดตกทางพิเศษศรีรัช (ทางด่วน) บริเวณแยกต่างระดับเชื่อมต่อโซนพระราม 3 หล่นลงมาทับรถจักรยานยนต์ที่สัญจรอยู่ด้านล่าง บริเวณหน้าศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว ซอยเจริญราษฎร์ 3 แขวงยานนาวา เขตสาทร กทม. มีผู้บาดเจ็บ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพ รพ.เลิดสิน และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุบนถนนเจริญราษฎร์ พบรถยนต์ไฟฟ้า Changan Deepal S07 สีบรอนซ์เทา ทะเบียน 6 ขง 5279 กรุงเทพมหานคร สภาพพังยับเยินหงายท้องล้อชี้ฟ้า ขวางเลนซ้ายสุด เจ้าหน้าที่ต้องใช้เครื่องตัดถ่างงัดคนขับเป็นชาย (ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง) บาดเจ็บสาหัสออกมา นำส่ง รพ.เลิดสิน ส่วนท้ายรถเก๋งพบรถ จยย. ฮอนด้า คลิก สีแดง-ดำ ทะเบียน 2 ข 4288 กรุงเทพมหานคร ตะแคงขวา พังยับเช่นกัน มีนายบาจารุลลา อูมาร์ซาทา อายุ 68 ปี ชาวอินเดีย ผู้ขับขี่ ได้รับบาดเจ็บข้อมือหักผิดรูป นำส่ง รพ.เซนต์หลุยส์

จากการสอบสวนทราบว่าชายดังกล่าว ขับรถยนต์เก๋งไฟฟ้ามาคนเดียว เสียหลักตกลงมาจากทางพิเศษศรีรัช (ทางด่วน) บริเวณแยกต่างระดับเชื่อมต่อโซนพระราม 3 ซึ่งมีความสูงประมาณ 15 เมตร ด้านท้ายรถหล่นลงมาทับรถจักรยานยนต์ที่สัญจรอยู่ด้านล่าง ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 2 ราย ดังกล่าว

ขณะที่ผู้เห็นเหตุการณ์เป็นหนุ่มขี่ไรเดอร์ กล่าวว่า ขณะขี่รถจักรยานยนต์ผ่านใต้สะพาน ได้ยินเสียงดังสนั่น ก่อนเห็นรถ EV พลัดตกลงมาจากสะพานอย่างกะทันหัน และทับรถจักรยานยนต์ของชายชาวต่างชาติที่ขี่ผ่านมาพอดี ทำให้ผู้ที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวต่างตกใจ รีบเข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ พร้อมแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ

จากเหตุการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้การจราจรบริเวณถนนเจริญราษฎร์ 3 และพื้นที่ใกล้เคียงชะลอตัว เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ยานนาวา ที่รับผิดชอบด้านล่างได้เร่งอำนวยความสะดวกและระบายการจราจร พร้อมปิดกั้นพื้นที่เกิดเหตุเพื่อความปลอดภัย และเร่งเคลื่อนย้ายรถออกจากผิวการจราจร

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะสอบสวนผู้เกี่ยวข้องในเหตุการณ์และตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิด เพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดตามกฎหมายต่อไป

ต่อมา พ.ต.ท.กฤษณ์ ลิ้มจำรูญ รองผู้กำกับการสอบสวน สน.ทางด่วน 2 เปิดเผยความคืบหน้าว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นที่เกิดเหตุไม่พบรอยเบรกของรถยนต์บนถนน ช่วงเกิดเหตุเป็นช่วงก้างปลาของทางพอดี ขณะนี้ได้ประสานการทางพิเศษแห่งประเทศไทยแล้ว จึงต้องรอภาพจากกล้องวงจรปิดบนทางด่วนมาตรวจสอบก่อน จึงจะสรุปสาเหตุได้ แต่จากการสอบถามพยานที่เห็นเหตุการณ์บอกว่าไม่พบเห็นมีบุคคลอื่นใดเข้าไปเกี่ยวข้อง น่าจะเกิดจากผู้ขับขี่เอง อาจหลับในหรือไม่

นอกจากนี้ได้เจาะเลือดส่งตรวจสารเสพติดและแอลกอฮอล์ทั้งคู่แล้ว อยู่ระหว่างรอผล แต่เบื้องต้นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ได้เป่าแล้วไม่พบปริมาณแอลกอฮอล์ จากนี้ต้องรอพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบรถทั้งสองคันเพื่อพิสูจน์ทราบสาเหตุที่แท้จริง.