สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. ว่า ศูนย์บัญชาการภูมิภาคใต้ของกองทัพยูเครน อออกแถลงการณ์ว่า เขื่อนคาคอฟกา ซึ่งเป็นเขื่อนขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ ตั้งอยู่ในภูมิภาคเคียร์ซอนที่อยู่ทางตอนใต้ของประเทศ “ได้รับความเสียหายบางส่วน” ส่งผลให้มวลน้ำมหาศาลไหลทะลัก เข้าสู่พื้นที่อยู่อาศัย และเขตเกษตรกรรม

ภาพถ่ายจากดาวเทียมของสหรัฐ เผยให้เห็นความเสียหายบางส่วน ซึ่งเกิดขึ้นกับเขื่อนคาคอฟกา ทางตอนใต้ของยูเครน


ทั้งนี้ ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งตรวจสอบและประเมินความเสียหาย รวมถึงความรุนแรงของกระแสน้ำ และพื้นที่ซึ่งจะได้รับผลกระทบ เบื้องต้นมีรายงานว่า หมู่บ้านหลายแห่งตามแนวชายฝั่งด้านขวาของแม่น้ำดนีโปร มีความเสี่ยงสูง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่เพื่อแจ้งเตือนประชาชน ให้พร้อมสำหรับการอพยพ


ขณะที่ทำเนียบประธานาธิบดียูเครนออกแถลงการณ์ว่า กองทัพรัสเซียเป็นผู้โจมตีเขื่อนคาคอฟกา เพื่อหวังชะลอปฏิบัติการโต้กลับของกองทัพยูเครน ยิ่งไปกว่านั้น การก่อเหตุของรัสเซียถือเป็น “อาชญากรรม” เนื่องจากเขื่อนแห่งนี้ คือสถานที่ตั้งของหนึ่งในโรงไฟฟ้าพลังน้ำแห่งสำคัญของแผ่นดินใหญ่ยูเครน และคาบสมุทรไครเมีย ที่อยู่ห่างออกไปทางตอนใต้ และรัสเซียผนวกรวม เมื่อปี 2557


ด้านรัสเซียยังไม่มีความเห็นอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวทาสส์ของทางการรัสเซีย รายงานโดยอ้างเป็นคำกล่าวของนายวลาดิเมียร์ ลีออนทีฟ นายกเทศมนตรีเมืองโนวา คาคอฟกา ในภูมิภาคเคียร์ซอน ซึ่งรัสเซียยึดครองตั้งแต่ช่วงต้นของสงครามยูเครน ว่า เขื่อนคาคอฟกาได้รับความเสียหายจาก “กระสุนปืนใหญ่ของยูเครน”


อนึ่ง เขื่อนคาคอฟกาได้รับการก่อสร้าง เมื่อปี 2499 หรือในสมัยสหภาพโซเวียต ตั้งอยู่บนแม่น้ำดนีโปร โครงสร้างหลักเป็นคอนกรีตและบางส่วนเป็นดิน ถือเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่สุดของยูเครน.

เครดิตภาพ : AFP