นายภุชพงค์ โนดไธสง เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) เปิดเผยว่า ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (เอ็มโอยู) การส่งเสริมพัฒนาเครือข่ายอาสาสมัครดิจิทัล (อสด.) ร่วมกับ 9 หน่วยงาน คือ ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กรมกิจการเด็กและเยาวชน กรมราชทัณฑ์ สำนักงานสถิติแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ และสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) โดยมีเป้าหมาย พัฒนาอาสาสมัครดิจิทัลประจำหมู่บ้าน หมู่บ้านละ 1 คน ในปี 67 และสร้างเครือข่าย อสด. ไม่น้อยกว่า 3 แสนคน ใน 3 ปีข้างหน้า
“สดช. ได้รับโอนภารกิจงาน อสด. มาจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอีเอส โดยมี อสด. เดิมอยู่ประมาณ 1,000 คน จึงต้องการเพิ่มเครือข่าย โดยได้อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) กลุ่มสภานักเรียนต่างๆ และเจ้าหน้าที่พัฒนาความรู้ของกรมราชทัณฑ์ ฯลฯ รวมแล้วประมาณ 1 แสนคนทั่วประเทศ เข้ามารับการอบรมเป็น อสด. เพื่อที่จะะช่วยขยายเครือข่ายเพิ่ม ในอัตรา อสด. 1 คน ช่วยเหลืออบรม 4 คน ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ศูนย์ดิจิทัลชุมชนจำนวน 2,222 แห่งทั่วประเทศ เป็นผู้อบรมให้ความรู้กับ อสด. ในเรื่องดิจิทัลต่างๆ”

นายภุชพงค์ กล่าวต่อว่า อสด. จะลงพื้นที่ทุกหมู่บ้าน เพื่อเข้าไปสอนประชาชนทุกกลุ่มตั้งแต่เด็ก จนถึงผู้สูงวัย ให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัล การสร้างความตระหนักด้านการเข้าใจดิจิทัล รวมถึงการใช้อินเทอร์เน็ต ตระหนักรู้ด้านการต่อต้านข่าวปลอม การหลอกลวงด้านออนไลน์ เพื่อการป้องกันตนเองจากภัยไซเบอร์ ซึ่งแผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ระยะ 3 (พ.ศ. 2566-2570) ได้วางยุทธศาสตร์หลัก เปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล และให้อันดับความสามารถในการแข่งขันทางดิจิทัลของไทย ที่จัดโดยไอเอ็มดี อยู่ที่ 30 ในปี 70 จากปัจจุบันอยู่ที่ 40 ซึ่งยอมรับว่าเป็นงานยาก แต่หากมีการบูรณาการทำงานร่วมกันของทุกฝ่าย และเร่งสร้างทักษะด้านดิจิทัลให้กับประชาชน ก็จะทำให้อันดับการแข่งขันทางดิจิทัลของไทย ปรับตัวดีขึ้นได้.



