เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในสื่อสังคมออนไลน์ของคณะสงฆ์ ได้มีการส่งต่อใบสำคัญคดีถึงที่สุด ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ระบุว่า ใบสำคัญฉบับนี้ออกไว้เพื่อแสดงว่า คดีอาญาหมายเลขดำที่ อท 197/2561 หมายเลขแดงที่ อท 80/2563 ระหว่างพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 2 โจทก์ พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขโข) ที่ 1 กับพวกรวม 8 คน จำเลย เรื่อง ความผิดต่อพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เมื่อวันที่ 21 ก.พ. 2566 ไม่มีคู่ความฝ่ายใดยื่นคำร้องขอฎีกา คดีถึงที่สุด ออกให้ ณ วันที่ 23 พ.ค. 2566
ทั้งนี้ สำหรับคดีดังกล่าวเป็นคดีที่พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 2 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องอดีตพระพรหมสิทธิ จำเลยที่ 1 กับพวกรวม 8 คน ฐานร่วมกันกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 กรณีร่วมกันฟอกเงินและทุจริตเงินทอนวัดในโครงการศูนย์กลางเผยแผ่พระพุทธศาสนา ปี 2559 รวม 32.5 ล้านบาท และเงินอุดหนุนโครงการอบรมคุณธรรม จริยธรรม สำหรับเด็กและเยาวชน ประชาชนและข้าราชการเพื่อความมั่นคงของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ปี 2559 รวม 37.2 ล้านบาท โดยศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจำเลยที่ 1 เป็นเวลา 4 ปี 16 เดือน ปรับ 112,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2-4 คนละ 2 ปี 8 เดือน ปรับคนละ 56,000 บาท และจำคุกจำเลยที่ 7 เป็นเวลา 1 ปี 4 เดือน ปรับ 28,000 บาท อย่างไรก็ตาม การลงโทษจำเลยที่ 1-4 และที่ 7 ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติและสังคม รวมทั้งไม่เคยมีประวัติต้องโทษจำคุกมาก่อน สมควรให้โอกาสจำเลยที่ 1-4 และ 7 ดำรงตนเป็นบุคลากรที่มีประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติต่อไป ให้รอการลงโทษไว้มีกำหนดคนละ 2 ปี และยกฟ้องจำเลยที่ 5, 6 และ 8



