สืบเนื่องจากเหตุต้นไม้ใหญ่ล้มทับรถแท็กซี่ ซึ่งจอดติดไฟแดงอยู่บนถนนราชดำริ ขาออก ช่วงแยกราชประสงค์ เหตุมีฝนตกลงในพื้นที่ กทม. เหตุเกิดช่วงวันที่ 5 มิ.ย. ที่ผ่านมา ล่าสุด นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ระบุ เบื้องต้นทราบสาเหตุที่ทำให้ต้นไม้ล้มมาจากรากไม้เปื่อย พอลมแรงพัดต้นไม้จึงโค่นล้ม พร้อมยอมรับว่าเรื่องต้นไม้ใหญ่ในเมืองเป็นเรื่องสำคัญ ยิ่งเข้าฤดูฝน มีลมแรง อาจทำให้เกิดปัญหาลักษณะนี้ขึ้นได้อีก
ดังนั้น จึงได้สั่งการให้เขตปทุมวัน เร่งตรวจสอบต้นไม้ที่ใกล้เคียงกับจุดที่เพิ่งโค่นล้ม เพื่อดูความแข็งแรงของต้นไม้อื่นๆ ด้วย ซึ่งจากข้อมูลขณะนี้ในพื้นที่ กทม.มีต้นไม้รวมกว่า 3ล้านต้น และเป็นต้นไม้ใหญ่กว่า 4 หมื่นต้น จากนี้ กทม.มีโครงการเดินหน้าสำรวจต้นไม้เหล่านี้ โดยจะร่วมกับผู้เชี่ยวชาญในการดำเนินการเพื่อจัดทำเป็นฐานข้อมูลอายุ ขนาดของต้นไม้เหล่านี้ว่าจะต้องบำรุงรักษาอย่างไรต่อไป หรือหากต้นใดที่มีอายุมากอาจจะต้องค้ำยันเพื่อชวยพยุงต้นไม้หรือไม่ คาดว่าจะเริ่มสำรวจได้ในช่วงปีงบประมาณ 2567
ผู้ว่าฯ กทม. ยังกล่าวถึงปัญหาของ กทม. คือการขาดเจ้าหน้าที่รุกขกร ที่มีหน้าที่เข้ามาช่วยจัดการและดูแลต้นไม้ใหญ่ ขณะนี้อยู่ในกระบวนการอบรม เจ้าหน้าที่รุกขกรประจำเขตที่น่าจะพร้อมทำงานได้ในปีหน้า เนื่องจากต้องมีการอบรมทั้งภาคทฤษฎี ภาคปฏิบัติ และมีการสอบใบอนุญาต ซึ่งมีความยากพอสมควร
อย่างไรก็ตาม ระหว่างนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสิ่งแวดล้อมทุกสำนักงานเขต สำรวจความแข็งแรงของต้นไม้ในแต่ละเขต รวมถึงในสวนสาธารณะในพื้นที่รับผิดชอบ และหากจะปลูกต้นไม้เพิ่มก็ต้องเลือกต้นไม้ที่แข็งแรงไปพร้อมกับการซ่อมแซมบำรุงรักษาต้นไม้เก่าด้วย.




