ที่ท่าเทียบเรืออัจฉริยะปลอดคาร์บอนแห่งแรกของโลก พนักงานควบคุมเครนสามารถสั่งการขนถ่ายตู้คอนเทนเนอร์จากศูนย์ควบคุมที่อยู่ห่างออกไปหลายร้อยเมตร ขณะที่ยานยนต์ไร้คนขับทำหน้าที่ลำเลียงตู้สินค้าภายในลานตู้คอนเทนเนอร์อย่างแม่นยำและต่อเนื่อง
การผสานเทคโนโลยี 5G ระบบดาวเทียมนำทางเป่ยโต่ว และ AI ทำให้แรงงานท่าเรือรุ่นใหม่ไม่จำเป็นต้องประจำอยู่ในห้องควบคุมเครนแบบเดิม แต่สามารถเป็น “ผู้ควบคุมระบบระยะไกล” ที่ต้องอาศัยทักษะและความเชี่ยวชาญด้านดิจิทัลมากขึ้น

โดยทาง Li Yanyu เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ปฏิบัติงาน บริษัท Tianjin Port Labor Services Development ได้เล่าว่า เมื่อก่อนพนักงานขับเครนหน้าท่าเรือต้องทำงานในห้องโดยสารขนาดเล็กที่เปิดโล่ง ซึ่งตั้งอยู่สูงจากพื้นดิน 40-50 เมตร ต้องเผชิญกับอากาศร้อนจัดในฤดูร้อนและความหนาวเหน็บในฤดูหนาว อีกทั้งงานยังต้องใช้แรงกาย สมาธิสูง และมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย
ความก้าวหน้าด้านดิจิทัลและระบบปฏิบัติการอัจฉริยะในปัจจุบัน กำลังเปลี่ยนโฉมทักษะแรงงานในท่าเรือ จากเดิมที่ต้องทำงานซ้ำ ๆ และใช้แรงงานเป็นหลัก สู่การทำงานที่ปลอดภัยขึ้นและอาศัยเทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อน
ตามรายงานจากกระทรวงคมนาคมจีนระบุว่า ปัจจุบันจีนพัฒนาท่าเทียบเรือคอนเทนเนอร์อัตโนมัติแล้วจำนวน 30 แห่ง ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 27 ของจำนวนท่าเรืออัตโนมัติทั่วโลก และยังมีท่าเรือขนส่งสินค้าเทกองระบบอัตโนมัติอีก 30 แห่ง สิ่งเหล่านี้สะท้อนบทบาทของจีนในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมโลจิสติกส์และการขนส่งทางทะเลยุคใหม่อย่างชัดเจน
เครดิต China Media Group (CMG)



