สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ว่า การลาออกครั้งนี้ พร้อมกับการวิพากษ์วิจารณ์นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรอย่างรุนแรง เป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่บ่งชี้ว่า อำนาจของสตาร์เมอร์กำลังลดลง และเผยให้เห็นถึงวิกฤติภายในรัฐบาลลอนดอน นั่นคือ รัฐบาลจะเพิ่มการใช้จ่ายด้านกลาโหมได้อย่างไร ในเมื่อมีเงินเหลือน้อย และงบประมาณด้านสวัสดิการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ฮีลีย์ ซึ่งเคยเป็นรัฐมนตรีที่ภักดีมาก่อน หารืออย่างจริงจังกับสตาร์เมอร์ และนางเรเชล รีฟส์ รมว.คลังสหราชอาณาจักร เกี่ยวกับวิธีบรรลุเป้าหมายการใช้จ่ายทางทหารเพิ่มเติมที่จำเป็น ส่งผลให้แผนการลงทุนด้านการป้องกันประเทศของสหราชอาณาจักรล่าช้า จากเดิมที่กำหนดไว้เมื่อปีที่แล้ว

euronews

“คุณไม่สามารถ และกระทรวงการคลังก็ไม่เต็มใจ ที่จะจัดสรรทรัพยากรที่ประเทศต้องการ เพื่อปกป้องประเทศ” ฮีลีย์ ระบุในจดหมายถึงสตาร์เมอร์

ด้านสตาร์เมอร์ตอบกลับด้วยจดหมายแสดงความเสียใจต่อการลาออกของฮีลีย์ และแต่งตั้งนายแดน จาร์วิส รมว.ความมั่นคงสหราชอาณาจักร ให้เป็น รมว.กลาโหมสหราชอาณาจักร แต่ในขณะเดียวกัน นายอัล คาร์นส์ รมช.กลาโหมสหราชอาณาจักร ก็ลาออกจากตำแหน่งเช่นกัน โดยเขากล่าวว่า แผนการใช้จ่ายไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรับมือกับภัยคุกคามที่ประเทศเผชิญอยู่

อนึ่ง สตาร์เมอร์ให้คำมั่นว่าจะเพิ่มการใช้จ่ายด้านกลาโหมอย่างต่อเนื่องมากที่สุดนับตั้งแต่สงครามเย็น โดยตั้งเป้าที่จะเพิ่มการใช้จ่ายเป็น 3% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) อย่างไรก็ตาม ฮีลีย์กล่าวว่า แผนการที่เขาได้เห็น จะเพิ่มการใช้จ่ายด้านกลาโหมเพียง 2.68% ในปี 2573 ซึ่งถือว่า “น้อยเกินไป” เมื่อเทียบกับสิ่งที่จำเป็นในการช่วยให้กองทัพรับมือกับภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นจากรัสเซีย รวมถึงความต้องการเพิ่มกำลังทหารในภูมิภาคอาร์กติกและตะวันออกกลาง.

เครดิตภาพ : REUTERS