คุณเจ็คปูพื้นฐานชีวิตว่า เติบโตมากับครอบครัวที่มีอาชีพค้าขาย และมีหน้าที่ช่วยแม่ขายของทุกอย่างที่นำมาขายตั้งแต่ผลไม้ไปจนถึงรองเท้า ภาพจำที่ไม่เคยลืม คือการตื่นมาเตรียมทำน้ำเต้าหู้ให้แม่เอาไปขายในตลาดตั้งแต่เช้ามืดก่อนไปโรงเรียน และตัวเองนำไปขายให้กับเพื่อนที่โรงเรียน เป็นจุดที่ทำให้รู้จักการค้าขายและรู้จักช่องทางในการสร้างรายได้ หลังจากเรียนจบจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น เดินทางหาประสบการณ์ชีวิตที่สหรัฐอเมริกา โดยเลือกเมืองบอสตัน มลรัฐแมสซาชูเซตส์ เป็นจุดหมายและมองหาโอกาสทุกอย่างที่จะทำให้มีรายได้เพื่อที่จะไม่ต้องพึ่งพาครอบครัว

คุณเจ็คเล่าถึงวันที่เดินทางมาใช้ชีวิตที่เมืองบอสตันซึ่งจำได้อย่างดีว่า “ตอนนั้นครอบครัวและญาติพี่น้องช่วยส่งเสริม แล้วพยายามช่วยกันผลักดันให้ผมมาที่อเมริกา มาถึงบอสตันช่วงแรกเหมือนเด็กไทยทั่วไปคือการสมัครทำงานในร้านอาหารไทย แต่ยังไม่เก่งเรื่องภาษา เริ่มต้นเป็นคนหลังครัว รับหน้าที่แพ็กอาหารให้กับลูกค้า ทำอยู่ซักระยะหนึ่ง ย้ายร้านมาเป็นเด็กเก็บจาน ก้าวเป็นเด็กเสิร์ฟ จนโอกาสวิ่งมาหาผมอีกครั้ง เมื่อเพื่อนชวนมาเป็นซูชิ เชฟ เข้าไปฝึกฝนและเรียนรู้อาชีพเชฟ และตั้งใจว่าจะเป็นเชฟให้ได้ แต่ก็เกิดปัญหาต่าง ๆ ออกมาทำอาชีพคนขับรถส่งอาหารเก็บเงินอย่างจริงจังและประหยัดทุกอย่าง ถึงจะลำบากและเหนื่อยแต่เก็บเงินได้เยอะขึ้น”

คุณเจ็ค เล่าต่อว่า  เมื่อสามารถเก็บเงินและมีรายได้มากขึ้น มองหาโอกาสอีกครั้งด้วยการศึกษาต่อในระดับปริญญาโท เพราะคิดว่าจะเป็นช่องทางที่สามารถต่อยอดในการลงหลักปักฐานที่บอสตันได้อย่างถาวร “เราทำร้านอาหารได้เจอคนเยอะมาก และผมเองเป็นคนชอบคุย ทำให้รู้จักคนเยอะขึ้น เริ่มคิดแล้วว่า ถ้าเรามีโอกาสได้ทำธุรกิจซักอย่างที่เป็นของตัวเอง น่าจะไปได้ดี จึงตัดสินใจเรียนต่อในสาขาบริหารธุรกิจ ซึ่งจริง ๆ แล้วผมเป็นคนเรียนหนังสือไม่เก่ง แต่เป็นคนชอบหาความรู้ก็แบ่งเวลาเรียนกับเวลาทำงานให้ไปด้วยกันได้ ยอมรับว่าช่วงนั้นเหนื่อยมาก ๆ ครับ แต่เรียนจนจบและเริ่มมองหาธุรกิจที่คิดว่าเราจะไปต่อได้ยังไงบ้าง

เรามาทางสายร้านอาหาร ผ่านงาน ผ่านประสบการณ์มาเยอะ และมีเงินเก็บได้ประมาณนึง จึงวางแผนเปิดร้านอาหารไทย ช่วงแรก ยอมรับว่ายากจริง ๆ แต่ผมก็สู้ทุกอย่าง ลองผิด ลองถูก จนถึงตอนนี้มีร้านอาหาร 3 ร้าน คือ Thai Bar Shi (ไทย บาร์ ชิ) กับร้าน Thai Taki (ไทย ทากิ) ที่ผมเอาซูชิมาใส่รสชาติความเป็นอาหารไทยเข้าไป ซึ่งแปลกใหม่สำหรับที่นี่และถือว่าไปได้ดีเลย และร้าน  What da Chick (วอทดา ชิค) ร้านข้าวมันไก่ สูตรเฉพาะของทางร้าน ตอนนี้เปิดร้านนวดไทยและทำธุรกิจขับรถนำเที่ยวในบอสตันและเมืองใกล้เคียง รวมถึงการเป็นช่างสัก ที่กลายเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่รัก และมีแผนทำธุรกิจกับเพื่อน ๆ อีกหลายโปรเจกต์”

ในวันที่ปักหมุดทำทุกอย่างที่ตั้งใจไว้สำเร็จ คุณเจ็คย้ำว่า “ผมเป็นคนชอบลอง ชอบหาโอกาสใหม่ ๆ และเป็นคนเต็มที่กับทุกเรื่องที่ได้ทำ มีหลายครั้งเหมือนกันครับว่า สิ่งที่เราคิด พอลงมือทำจริง ๆ ก็ไม่ได้เป็นเหมือนภาพที่เรานึกไว้ แต่ผมไม่เคยเสียดายนะ คิดแค่ว่าอย่างน้อยก็ได้รู้และได้จำเพื่อนำมาปรับ และคิดอยู่เสมอว่า ถ้าคิดแล้วต้องลงมือทำเลย ไม่ต้องกลัวความล้มเหลว เพราะเราเริ่มมาจากศูนย์ จะกลับไปเริ่มต้นที่ศูนย์อีกครั้งก็ไม่เป็นไร”.

เรื่อง – แก้วใจ