“Campus Life” สัปดาห์นี้ จะพาไปพบกับเจ้าของบทความวิจัย “ผลของอุณหภูมิในการเก็บยางต่อลักษณะการวัลคาไนซ์และสมบัติทางกลของยางคอมพาวนด์หน้ายางของยางล้อ” ที่เพิ่งไปคว้าง รางวัลนำเสนอบทความวิจัย ภาคบรรยาย ระดับยอดเยี่ยม จากการ ประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดับชาติ ครั้งที่ 1 “วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน : 100 ปี มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่” มาอย่างสดๆ ร้อนๆ เลยจ้า

โดยบทความวิจัยดังกล่าว เป็นผลงานของนักศึกษาหนุ่มมาดเข้ม “มะเตาเฟต มูซอ” หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาเทคโนโลยียางและพอลิเมอร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา (มรภ.สงขลา) ซึ่ง “มะเตาเฟต” เล่าว่า บทความวิจัยเรื่องนี้มี ดร.วัชรินทร์ สายน้ำใส อาจารย์หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาเทคโนโลยียางฯ เป็นที่ปรึกษา ซึ่งงานวิจัยเรื่องนี้มีข้อค้นพบที่น่าสนใจว่า การเก็บยางคอมพาวนด์ (ยางที่มีการผสมสารเคมีเข้ากับวัตถุดิบยาง) หน้ายางที่อุณหภูมิต่างกันมีผลต่อลักษณะการวัลคาไนซ์ (การก่อให้เกิดพันธะเชื่อมโยงระหว่างโมเลกุลของยาง ทําให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสมบัติยาง) และสมบัติเชิงกลของยาง กล่าวคือ การเก็บยางคอมพาวนด์หน้ายางที่อุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียส พบว่ามีเส้นกราฟการวัลคาไนซ์ค่าแรงบิดต่ำสุด ค่าแรงบิดสูงสุด ผลต่างแรงบิด ระยะเวลาแปรรูป และเวลาวัลคาไนซ์ต่ำกว่าการเก็บยางคอมพาวนด์หน้ายางที่อุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียส แต่มีค่าคงที่ปฏิกิริยาการวัลคาไนซ์และดัชนีความเร็วการวัลคาไนซ์สูงกว่าการเก็บยางคอมพาวนด์หน้ายางที่อุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียส

“มะเตาเฟต” อธิบายต่อไปว่า ส่วนผลของอุณหภูมิในการเก็บยางคอมพาวนด์ต่อสมบัติเชิงกลพบว่า การเก็บยางคอมพาวนด์หน้ายางที่อุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียส มีความเค้นที่ระยะยืด 300% ความทนทานต่อแรงดึงและพลังงานสูญหายต่ำกว่าการเก็บยางคอมพาวนด์หน้ายางที่อุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียส แต่การเก็บยางคอมพาวนด์หน้ายางที่อุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียส มีระยะยืดจนขาดสูงกว่าการเก็บยางคอมพาวนด์หน้ายางที่อุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียส โดยการเก็บยางคอมพาวนด์หน้ายางที่อุณหภูมิ 30 และ 40 องศาเซลเซียส มีลักษณะการวัลคาไนซ์และสมบัติเชิงกลเปลี่ยนแปลงไปตามระยะเวลาในการเก็บยางที่เพิ่มขึ้น การเก็บยางคอมพาวนด์หน้ายางในอุตสาหกรรมยางล้อจึงควรจัดเก็บในอุณหภูมิและระยะเวลาที่เหมาะสม กล่าวคือ เก็บยางคอมพาวนด์หน้ายางที่อุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียส ไม่ควรนานเกิน 7 วัน และที่อุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียส ไม่เกิน 1 วัน

หลังจากฟัง “มะเตาเฟต” อธิบายผลงานวิจัยมาอย่างละเอียดยิบ ทีมงาน “Campus Life” ไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมถึงได้รับรางวัลยอดเยี่ยม และเชื่อว่าผลการวิจัยนี้จะมีประโยชน์ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมยางล้อหรือผลิตภัณฑ์ยางชนิดอื่นๆ ในการบริหารจัดการปริมาณการเก็บยางคอมพาวนด์ และการจัดเก็บยางคอมพาวนด์ในกระบวนการผลิต ได้อย่างแน่นอน



