นายเดวิด ตัน รองประธาน และกรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ของ เอชพี อิงค์ เปิดเผยว่า ไทยถือเป็นตลาดที่สำคัญของเอชพี เนื่องจากคนไทยใช้งานอินเทอร์เน็ตสูงถึง 61 ล้านคน คิดเป็น 85% ของประชากรทั้งหมด สูงกว่าค่าเฉลี่ยอาเซียนที่อยู่ที่ 70% และเศรษฐกิจดิจิทัลเติบโตเป็น 2 เท่าของจีดีพี ขนาดที่ตลาดเกมมิ่ง ก็ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของภูมิภาค กลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจในปีนี้ จึงเน้นเข้าไปช่วยธุรกิจ ให้สามารถทรานฟอร์มสู่ยุคดิจิทัลได้ง่าย และหนุนการทำงานแบบไฮบริด ที่สามารถทำงานทั้งจากที่บ้าน และที่ทำงาน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านผลิตภัณฑ์ของบริษัท หลังจากที่ปัจจุบันองค์กรกว่า 50% อนุญาตให้พนักงาน ทำงานจากบ้านได้
สำหรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจในปีนี้ มีแนวคิดและการทำงานภายใต้กลยุทธ์ HP Future Ready ออกแบบมาโดยมีลูกค้าและผู้ใช้งานเป็นหัวใจสำคัญ ผ่าน 3 แนวทางหลักที่ประกอบไปด้วย
Future Ready Portfolio – สร้างพอร์ตโฟลิโอของผลิตภัณฑ์ที่ส่งเสริมการเติบโต โดยสามารถปรับรูปแบบให้เข้ากับวิถีชีวิตการทำงานและการใช้ชีวิตรูปแบบใหม่ที่หลากหลาย

Future Ready Operations – ปรับรูปแบบการทำงานเพื่อความสำเร็จโดยการปรับให้บริษัทมีความเป็นดิจิทัลมากยิ่งขึ้น พร้อมขับเคลื่อนความเป็นเลิศในการดำเนินงานในทุกแง่มุม
Future Ready People – เพิ่มขีดความสามารถให้บุคลากรของเราให้ประสบความสำเร็จทั้งในการทำงานและในการใช้ชีวิตส่วนตัว เพื่อขับเคลื่อนวัฒนธรรมที่มุ่งเน้นการสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้กับสังคม

น.ส.วรานิษฐ์ อธิจรัสโรจน์ กรรมการผู้จัดการ เอชพี ประเทศไทย กล่าว บริษัทคาดการณ์ว่าในช่วงครึ่งปีหลังกำลังซื้อของผู้บริโภคจะปรับตัวดีขึ้น ขณะที่องค์กรธุรกิจ ก็เริ่มกลับมาลงทุนด้านไอทีมากขึ้น รับกับการกลับมาทำงานแบบปกติ รวมถึงการทำงานแบบไฮบริด ที่ต้องอาศัยทั้งอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ โดย บริษัทจะนำเสนอผลิตภัณฑ์ ที่ตอบโจทย์การทำงานแบบไฮบริด ที่มีแนวคิด พร้อมทำงานในอนาคต โดยเฉพาะในองค์กรธุรกิจ ทั้งในส่วนของ โน้ตบุ๊ก เครื่องพิมพ์ และเครื่องถ่ายเอกสาร ฯลฯ
ขณะที่ตลาดผู้บริโภค ก็จะเน้นในส่วนของตลาดเกม คอมพ์ และอุปกรณ์เกมมิ่ง ซึ่งตลาดในไทยและอาเซียน มีการเติบโตมากกว่าตลาดเกาหลี และญี่ปุ่น ขณะที่ตลาดเครื่องพิมพ์ในไทยโตไม่น้อยกว่า 11% โดยปัจจุบัน บริษัทมีส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มเกมมิ่ง 30% ส่วนตลาดเครื่องพิมพ์บริษัทก็มีส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับหนึ่ง



