สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองมอนทรีออล ประเทศแคนาดา เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. ว่า สำนักงานป่าไม้แคนาดารายงานสถานการณ์ไฟป่าในประเทศ ซึ่งปะทุเมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา ว่าไฟป่าอย่างน้อย 413 จุด สร้างความเสียหายให้กับพื้นที่มากกว่า 10 ล้านเอเคอร์ นับจนถึงเมื่อวันที่ 6 มิ.ย. ที่ผ่านมา จากจำนวนดังกล่าวอย่างน้อย 249 จุด “ยังไม่สามารถควบคุมได้”
Relentless wildfires in Canada engulfed major cities in North America, including Toronto and New York City, in a blanket of hazy red smog. pic.twitter.com/99lxpkX1yA
— DW News (@dwnews) June 9, 2023
ด้านทางการรัฐควิเบก ทางตะวันออกของแคนาดา และเป็นหนึ่งในพื้นที่เผชิญกับไฟป่ารอบนี้รุนแรงที่สุด คาดการณ์ว่า การควบคุมไฟป่าอาจต้องใช้เวลา “จนถึงช่วงฤดูร้อนปีนี้”

อนึ่ง ไฟป่าในแคนาดาปีนี้เริ่มที่ภูมิภาคทางตะวันตก คือรัฐแอลเบอร์ตาและรัฐซัสแคตเชวัน ก่อนที่ฟากฝั่งตะวันออก หนึ่งในนั้นคือรัฐโนวาสโกเชีย จะเผชิญกับไฟป่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ไปในทางเดียวกันว่า เป็นผลจากมวลอากาศร้อนเคลื่อนตัว จากภาคตะวันตกไปยังภาคตะวันออก ส่วนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติของแคนาดาวิเคราะห์ด้วยว่า จำนวนไฟป่าในประเทศจะเพิ่มขึ้นอีกสองเท่าของระดับปัจจุบัน ภายในปี 2593
The smoke from wildfires in Canada that has blanketed large parts of North America this week has stretched across the Atlantic, reaching Norway. Some haze may be visible there, a scientist said, and people may even smell smoke. https://t.co/8prdgjE8dY
— The New York Times (@nytimes) June 8, 2023
ขณะที่กลุ่มควันซึ่งเป็นผลจากการปะทุ และการดับไฟป่าในแคนาดา ลอยลงไปปกคลุมพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐ จนต้องมีการประกาศเตือนภัยสภาพอากาศ
ยิ่งไปกว่านั้น มีรายงานจากสถาบันวิจัยสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมแห่งนอร์เวย์ ( เอ็นไอแอลยู ) ว่ากลุ่มควันจากการดับไฟป่าของแคนาดาลอยผ่านกรีนแลนด์ ซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของเดนมาร์ก ต่อไปยังไอซ์แลนด์ และเริ่มเข้าสู่นอร์เวย์ โดยมีการคาดการณ์ด้วยว่า กลุ่มควันอาจปกคลุมเหนือพื้นที่บางส่วนของยุโรปด้วย แต่จะอยู่ในระดับเบาบาง.
เครดิตภาพ : AFP



