สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงโรม ประเทศอิตาลี เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. ว่า นายสเตฟาโน คาร์ลิโน ผู้เขียนร่วมของงานศึกษา กล่าวว่า แม้ภูเขาไฟกัมปิเฟลเกร อาจเป็นที่รู้จักน้อยกว่าภูเขาไฟวิซูเวียส ซึ่งเคยทำลายนครปอมเปอีเมื่อราว 2,000 ปีก่อน

อย่างไรก็ตาม ภูเขาไฟลูกนี้ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับเมืองเนเปิลส์ มีความอันตรายมากเช่นกัน เนื่องจากมันเคยพ่นลาวา, เถ้าถ่าน และก้อนหินในปี 2081 อีกทั้งการปะทุเมื่อประมาณ 30,000 ปีก่อน มีส่วนทำให้มนุษย์นีแอนเดอร์ทัลสูญพันธุ์ด้วย

ทั้งนี้ คนส่วนใหญ่ไม่ตระหนักถึงอันตรายของภูเขาไฟกัมปิเฟลเกร เพราะลักษณะของมันไม่ใช่ภูเขาสูงแบบทั่วไป แต่เป็นหลุมลึกเล็กน้อย ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 12-14 กิโลเมตร

“มันไม่ใช่ว่าภูเขาไฟจะเกิดการปะทุ แต่เราต้องการบอกว่า เงื่อนไขสำหรับการปะทุนั้นเอื้ออำนวยมากกว่า” นายคริสโตเฟอร์ คิลเบิร์น จากมหาวิทยาลัยคอลเลจ ลอนดอน กล่าว

แผ่นดินไหวขนาดเล็กหลายหมื่นครั้ง ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 1950 ทำให้แอ่งยุบปากปล่องของภูเขาไฟกัมปิเฟลเกร อ่อนตัว และรายงานที่ตีพิมพ์ในนิตยสาร Nature’s Communications Earth & Environment พบว่า บางส่วนของภูเขาไฟยืดออกจนเกือบถึงจุดแตกหัก

นอกจากนี้ แผ่นดินไหวที่เกิดบ่อยครั้งมากขึ้น นับตั้งแต่ปี 2562 ส่งผลให้แรงกดดันใต้ภูเขาไฟก่อตัว และเกิดแรงสั่นสะเทือนกับการยกตัวของพื้นดินสะสมเพิ่มขึ้นเช่นกัน นั่นหมายความว่า การปะทุไม่จำเป็นต้องเกิดจากการระเบิดในภูเขาไฟอย่างรุนแรง

อย่างไรก็ตาม คาร์ลิโน กล่าวว่า ความน่าจะเป็นของการเกิดการปะทุครั้งใหญ่อยู่ในระดับ “ต่ำมาก” และน่าจะเป็นแค่การปะทุขนาดเล็ก เนื่องจากภูเขาไฟที่ใกล้จะแตกนั้น ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดการปะทุเสมอไป เพราะแมกมาต้องถูกดันขึ้นในตำแหน่งที่เหมาะสม เพื่อทำให้เกิดการปะทุ

“เราไม่สามารถพูดได้อย่างแน่นอนว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่สิ่งสำคัญคือ การเตรียมพร้อมสำหรับเหตุการณ์ใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้”คาร์ลิโน กล่าวทิ้งท้าย.

เครดิตภาพ : AFP