เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 13 พ.ค. ที่โรงเรียนมหาราช 7 ต.แก้มอ้น อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ดร.บรรเจิด อุ่นมณีรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1 (สพป.ราชบุรี เขต1) นางสาวกมลนัทธ์ นามี รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1 นายประยูร สุธาบูรณ์ นายกสมาคมศูนย์การเรียนโดยองค์กรชุมชนและองค์กรเอกชน ผู้อำนวยการโรงเรียนมหาราช 7 ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลสวนผึ้ง ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดดอนตลุง (ราษฎร์ศรัทธาทาน) และโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษา 6 โรงเรียน ในเขตพื้นที่ สพป.ราชบุรี เขต 1 เข้าร่วมประชุมหารือ และหาแนวทางในการทำโรงเรียนต้นแบบ 1 โรงเรียน 3 ระบบ เพื่อเป็นการช่วยเหลือนักเรียนที่หลุดออกจากระบบการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องฐานะทางบ้านยากจน ปัญหาด้านสุขภาพ หรือปัญหาที่เกิดจากเด็กเอง ไม่ว่าจะเป็นการติดยาเสพติด เกเร ท้องไม่พร้อม พ่อแม่วัยใส ติดเกม และอื่นๆ เพื่อให้เด็กกลุ่มเหล่านี้ ได้มีโอกาสได้เรียนหนังสือ และสามารถมีวุฒิการศึกษา อย่างน้อยในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น เพื่อสามารถนำวุฒิการศึกษาไปประกอบอาชีพ หรือสามารถนำไปศึกษาต่อ
ดร.บรรเจิด กล่าวว่า ที่ผ่านมาจากปัญหาสถานการณ์โควิด-19 ทำให้เด็กนักเรียนไม่มาโรงเรียน และพบสาเหตุต่างๆ จนทำให้เด็กบางส่วนหลุดออกจากระบบการศึกษา ทาง สพป.ราชบุรี เขต 1 จึงมองเห็นว่า การศึกษานั้นมีความสำคัญสำหรับเด็กและเยาวชนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ใน มาตรา 15 กำหนดไว้ว่าการจัดการศึกษามีสามรูปแบบ คือ การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย โรงเรียนสามารถจัดการศึกษา ได้ 3 ระบบ ใน 1 โรงเรียน ซึ่งการจัดการเรียนแบบ 1 โรงเรียน 3 ระบบ นั้น สามารถแยกได้เป็น 1.การศึกษาในระบบ เป็นการศึกษาที่กำหนดจุดมุ่งหมาย วิธีการศึกษา หลักสูตรระยะเวลาของการศึกษา การวัดและประเมินผล ซึ่งเป็นเงื่อนไขของการสำเร็จการศึกษาที่แน่นอน 2.การศึกษานอกระบบ เป็นการศึกษาที่มีความยืดหยุ่นในการกำหนดจุดมุ่งหมายรูปแบบ วิธีการจัดการศึกษา ระยะเวลาของการศึกษา การวัดและประเมินผล ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญของการสำเร็จการศึกษา โดยเนื้อหาและหลักสูตรจะต้องมีความเหมาะสมสอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการของบุคคลแต่ละกลุ่ม 3.การศึกษาตามอัธยาศัยการศึกษาตามอัธยาศัย เป็นการศึกษาที่ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเองตามความสนใจ ศักยภาพ ความพร้อม และโอกาส โดยศึกษาจากบุคคล ประสบการณ์ สังคม สภาพแวดล้อมสื่อ หรือแหล่งความรู้อื่นๆ คือ สิ่งที่นักเรียนต้องการเรียนรู้ และนำมาวัดผล ประเมินผลให้กับเด็ก ซึ่งทางโรงเรียนมหาราช 7 โรงเรียนอนุบาลสวนผึ้ง โรงเรียนวัดดอนตลุง (ราษฎ์ศรัทธาทาน) จะเป็นโรงเรียนนำร่องในพื้นที่ สพป.ราชบุรี เขต 1 ได้ร่วมกันวางแผน และออกแบบรูปแบบในการจัดการเรียนการสอนให้สอดคล้อง กับระบบ 1 โรงเรียน 3 ระบบ ให้มีความสำคัญในการตอบโจทย์ให้กับกลุ่มเด็ก ที่เสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษาในรูปแบบรายบุคคล และสามารถพัฒนาระบบการศึกษา ให้พื้นที่จังหวัดราชบุรี เป็นพื้นที่ ZERO DROPOUT ในอนาคตต่อไป

นายวงษ์สัน กล่าวว่า การจัดการเรียนแบบ 1 โรงเรียน 3 ระบบ เป็นสิ่งที่สามารถช่วยยเหลือนักเรียน ที่เสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษา หรือ หลุดจากระบบการศึกษา ให้มีโอกาสได้เรียนและมีวุฒิบัตร ที่สามารถเรียนต่อได้ หรือ นำไปประกอบอาชีพ โดยการจัดการศึกษาในรูปแบบนี้ ถือว่าเป็นสิ่งใหม่ที่ทางโรงเรียนจะต้องมีความเข้าใจร่วมกัน ระหว่างครู กับ นักเรียน ต้องมีการร่วมกันค้นหาสภาพปัญหาเด็กที่หลุดจากระบบ เด็กกลุ่มเสี่ยง เช่น เรียนไม่เก่ง สอนซ้ำ งานยาก ไม่อยากเรียน ยากจน ติดยา ท้อง ขาดคนเข้าใจ ต่อมาต้องเร่งพัฒนา วิธีปฏิบัติที่ดี สร้างโอกาสทางการศึกษา สำหรับเด็กกลุ่มเสี่ยง ยึดแนวคิดในการจัดการศึกษา เรื่องความเสมอภาคทางการศึกษา มีวัตถุประสงค์ สร้างเสริมโอกาสและการพัฒนาการศึกษา ค้นหาเด็กกลุ่มเสี่ยง กลุ่มตกหล่น พัฒนาฐานข้อมูล จัดแบ่งกลุ่มเด็กตามสภาพปัญหา กำหนดแนวทางติดตามช่วยเหลือ พัฒนารูปแบบการศึกษาให้สอดคล้องเหมาะสมกับเด็กต่อไป
นายเปลว กล่าวว่า ที่ผ่านมา โรงเรียนใช้ปัญหาเป็นฐาน โดยพบว่า เด็กหายไปจากระบบการศึกษาของโรงเรียนอนุบาลสวนผึ้ง ในแต่ละเทอม เป็นจำนวนไม่น้อย ปัญหา คือ วิกฤตศรัทธา และความยากจน ของคนในพื้นที่ จึงมองว่า โรงเรียนจะทำอย่างไร ให้มาเรียนอย่างมีความสุข และเด็กมีทางเลือกมากขึ้น โดยเริ่มจากได้รับความร่วมมือจากผู้นำชุมชน เคาะประตูบ้าน เป็นรายบุคคล พร้อมกับส่งเสริมความรู้ด้านทักษะอาชีพ สร้างห้องเรียนแห่งความสุข การจัดการเรียนการสอน ในรูปแบบ 1 โรงเรียน 3 ระบบ ก็จะเป็นทางออกให้กับเด็กและเยาวชนในกลุ่มที่เสี่ยงหลุดออกจากระบบการศึกษา ให้สามารถกลับมาได้รับการศึกษาจนสามารถจบการศึกษาขั้นพื้นฐานได้.



