พระราชวัชรสารบัณฑิต หรือ “เจ้าคุณประสาร” เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ได้เดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจที่ จ.มหาสารคาม โดยได้โดยสารเครื่องบินขึ้นลงที่ท่าอากาศยานจังหวัดขอนแก่น โดยที่ท่าอากาศยานขอนแก่นนั้นสร้างอาคารหลังใหม่แล้วเสร็จ เป็นอาคารรับรองผู้โดยสารทั้งในและต่างประเทศ เพื่อรองรับการเป็นสนามบินนานาชาติ จึงเป็นอาคารใหญ่โตสวยงามและทันสมัย แต่ปรากฏว่าภายในอาคารหลังใหม่นี้มีห้องละหมาดของพี่น้องมุสลิมอยู่ใกล้ๆ บริเวณห้องรับรองพิเศษ (VIP) โดยแยกเป็น 2 ห้อง คือ ห้องละหมาดชาย และห้องละหมาดหญิง แต่ที่น่าแปลกใจมากกว่านั้นคือ การไม่ปรากฏพบเห็นห้องพระ หรือห้องที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา หรือศาสนาอื่นใดเลย
พระราชวัชรสารบัณฑิต กล่าวต่อไปว่า ขอนแก่น เป็นจังหวัดใหญ่ในภาคอีสาน ประวัติศาสตร์อันยาวนานของชาวขอนแก่นนั้นไม่ว่าจะด้านวิถีชีวิตความเป็นอยู่ การตั้งรกราก วัฒนธรรมประเพณี และอื่นๆ ส่วนใหญ่ก็ล้วนแต่มีความเกี่ยวเนื่องและได้รับอิทธิพลความเชื่อจากพระพุทธศาสนาทั้งสิ้น ประชากรส่วนใหญ่ของขอนแก่นก็นับถือพระพุทธศาสนา วัดก็เต็มบ้านเต็มเมือง วัดที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมาชมเมืองขอนแก่นก็มาก แต่ทำไมการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย เมื่อจะสร้างอาคารผู้โดยสารที่ใดก็ตาม ห้องที่จำเป็นที่ขาดไม่ได้ ต้องปรากฏในแบบแปลนการก่อสร้าง คือ ห้องละหมาด ซึ่งถ้าหากปฏิบัติแบบนี้ตนก็มีสิทธิถามได้ว่า ท่าอากาศยานขอนแก่น ทำไมไม่มีห้องพระ เพราะอะไร และถามต่อไปอีกว่า ทำไมมีแต่ห้องละหมาด คำถามนี้ไม่ใช่คำถามเพื่อสร้างความแตกแยก ไม่ได้ไปต่อว่าให้ศาสนาอื่น เพราะในทางศาสนานั้นเรารักกัน ให้เกียรติซึ่งกันและกัน แต่ต้องการถามคำถามกับการท่าอาศยานแห่งประเทศไทยตามหลักธรรมาภิบาลพื้นฐานเท่านั้น



