สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงคาร์ทูม ประเทศซูดาน เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. ว่า การสู้รบในซูดานซึ่งปะทุเมื่อวันที่ 15 เม.ย. ที่ผ่านมา เป็นผลจากความขัดแย้งเรื่องอำนาจจนถึงขั้นแตกหัก ระหว่าง พล.อ.อับเดล ฟัตตาห์ อัล-บูร์ฮาน ผู้บัญชาการทหารสูงสุดและประธานสภาอธิปไตยซูดาน กับกองกำลังเคลื่อนที่เร็ว (อาร์เอสเอฟ) ของ พล.อ.โมฮาเหม็ด ฮัมดัน ดาโกล
???????? Clashes and gunfire have resumed in #Sudan, after the latest 24-hour temporary ceasefire agreement between the two Sudanese warring generals expired at 06:00 on Sunday morning.
— FRANCE 24 English (@France24_en) June 13, 2023
FRANCE 24's @lizakaminov tells us more about the current situation in Khartoum ???? pic.twitter.com/igOokVn0J3
ทั้งนี้ สหประชาชาติ (ยูเอ็น) รายงานจำนวนผู้เสียชีวิตจากความรุนแรงแล้วมากกว่า 2,000 ราย “แต่น่าจะสูงกว่านั้นมากในความเป็นจริง” และชาวซูดานมากกว่า 2.2 ล้านคน ต้องพลัดถิ่นฐาน จากจำนวนดังกล่าวราว 528,000 คน ลี้ภัยไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ขณะที่แม้มีความพยายามหยุดยิงหลายครั้ง แต่ไม่มีครั้งใดประสบผลสำเร็จเต็มร้อย

สำหรับผู้เสียชีวิตกลุ่มล่าสุด รวมถึงนายคามิส อับดุลเลาะห์ อาบาการ์ ผู้ว่าการรัฐดาร์ฟูร์ตะวันตก โดยเกิดขึ้นภายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง หลังเจ้าตัวให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์ กับสำนักข่าวแห่งหนึ่งของซาอุดีอาระเบีย แล้วกล่าว “วิจารณ์” อาร์เอสเอฟ ส่งผลให้ทุกฝ่ายรวมถึงยูเอ็น พุ่งเป้าไปที่อาร์เอสเอฟทันที อย่างไรก็ตาม อาร์เอสเอฟยืนกรานปฏิเสธ และประณามการสังหารอาบาการ์ว่า “เลือดเย็น”
นอกจากนี้ ยูเอ็นคาดการณ์จำนวนผู้ลี้ภัยจากการสู้รบในซูดานอาจสูงถึง 1 ล้านคน ภายในสิ้นปีนี้ และมากกว่าครึ่งจากประชากรทั้งประเทศราว 25 ล้านคน ต้องการความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมอย่างเร่งด่วน.
เครดิตภาพ : AFP



