เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. สมเด็จพระมหาธีราจารย์ เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามหรือวัดโพธิ์ กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) ในฐานะประธานสำนักกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ เดินทางเยือนนครรัฐวาติกัน ประเทศอิตาลี เพื่อถวายพระพรสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส พระประมุขแห่งศาสนจักรโรมันคาทอลิก เพื่อปฏิบัติภารกิจในการสวดภาวนาร่วมกับพระศาสนจักรคาทอลิกและพุทธจักร เพื่อร่วมสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นแก่โลก ณ มหาวิหารนักบุญฟรังซิสแห่งอัสซีซี และในการนี้สมเด็จพระมหาธีราจารย์ พร้อมคณะสงฆ์ และพระคาร์ดินัล มิเกล แอง เกิดอยูโซ กวินโซ ได้ร่วมกันสวดภาวนา เพื่อให้สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ทรงหายประชวรในเร็ววัน

สมเด็จพระมหาธีราจารย์ เปิดเผยว่า คณะสงฆ์วัดพระเชตุพนฯ และคณะพระธรรมทูต ได้เดินทางมาปฏิบัติศาสนกิจ ณ สาธารณรัฐอิตาลี และได้เข้าพบพระคาร์ดินัล ซึ่งเป็นผู้แทนส่วนพระองค์สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส และเป็นประธานสมณกระทรวงว่าด้วยการเสวนาระหว่างศาสนาเพื่อร่วมกันสวดภาวนา ณ นครรัฐวาติกัน นอกจากนี้ คณะสงฆ์และคณะผู้แทนจากประเทศไทย ได้เข้าถวายสักการะพระศพสมเด็จพระสันตะปาปากิตติคุณ เบเนดิกต์ที่ 16 ที่สิ้นพระชนม์ เมื่อเดือนธันวาคม 2565 ณ นครใต้บาดาล มหาวิหารเซนต์ปิเตอร์ นครรัฐวาติกันและนครรัฐวาติกัน โดยสภาบิชอป คณะบาทหลวง และคริสตศาสนิกชนในเมืองอัสซีซี ร่วมกับอธิการแห่งมหาวิหารอัสซีซี ที่เป็นมหาวิหารศักดิ์สิทธิ์ของนักบุญฟรังซิสแห่งอัสซีซี และเป็นที่เคารพศรัทธาอย่างยิ่งของคริสตศาสนิกคาทอลิกทั่วโลก ผู้ว่าการเมืองอัสซีซี สาธารณรัฐอิตาลีและคณะสงฆ์วัดพระเชตุพนฯ คณะพระธรรมทูตและคณะผู้แทนจากประเทศไทย ได้ร่วมกันสวดภาวนา เพื่อสร้างสันติภาพและสันติสุขแก่ชาวโลก เพื่อส่งสาส์นไปยังชาวโลกให้ตระหนักถึงความสำคัญของการภาวนาร่วมกัน ถ้าเรามีความรัก ความเมตตา-กรุณาให้แก่กันและแล้วความสงบสุขก็จะบังเกิดแก่ชาวโลกได้ ดังพระสมณดำรัสจากพระประมุขแห่งพระศาสนาจักรโรมันคาทอลิก สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ที่พระองค์แสดงความห่วงใยมาถึงชาวโลก และในวาระครบ 50 ปีความสัมพันธ์ระหว่าง วาติกัน-วัดพระเชตุพนฯ ว่า “เมื่อไหร่เราจะเรียนรู้จากประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาว่าความรุนแรง การกดขี่ และความทะเยอทะยาน แบบไร้การควบคุมไม่เป็นธรรมต่อส่วนรวม และเมื่อไหร่เราจะเรียนรู้ถึงความเป็นอยู่ที่ดีของผู้คนว่า มิได้ขึ้นอยู่กับการพัฒนาอาวุธอันแสนร้ายแรง ครอบครัวมนุษย์สามารถเจริญงอกงามได้ แค่เพียงใช้ความเคารพ ความเอาใจใส่และความช่วยเหลือที่มีให้แก่กันและกัน”
สมเด็จพระมหาธีราจารย์ กล่าวอีกว่า ดังนั้น ภารกิจในการร่วมสร้างสันติภาพและสันติสุขระหว่างคริสตจักร-พุทธจักร ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ จึงนับเป็นการร่วมมือครั้งยิ่งใหญ่ที่ต้องการจะสื่อไปถึงมวลมนุษยชาติในทุกเชื้อชาติ ทุกประเทศทั่วโลก ดั่งพระสมณดำรัสและพระสมณประสงค์ขององค์สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ที่ปรารถนาจะให้โลกเกิดสันติภาพและสันติสุขอย่างแท้จริง



