การลงนาม MOU ครั้งนี้แสดงถึงเจตจำนงร่วมกันของทั้งสององค์กร เพื่อส่งเสริมกรอบการทำงานที่ครอบคลุมซึ่งการเรียนรู้ทางวิชาการบูรณาการเข้ากับการฝึกงานในระดับมืออาชีพ นักศึกษา TNI จะได้รับโอกาสพิเศษในการประยุกต์ใช้ความรู้ ตลอดจนได้รับประสบการณ์ในภาคปฏิบัติจากสภาพแวดล้อมของโลกแห่งการทำงานจริงผ่านโครงการดังกล่าว ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยให้นักศึกษาสามารถพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับการเติบโตในอุตสาหกรรม SaaS
แอมิตี (Amity) ในฐานะผู้ให้บริการ ในด้านความเชี่ยวชาญและนวัตกรรมในอุตสาหกรรม SaaS จะขยายการสนับสนุนเพื่อยกระดับตลาดแรงงาน Amity มอบโอกาสการฝึกงานแก่นักศึกษา TNI โดยมีจุดประสงค์คือ ส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการบ่มเพาะทักษะให้นักศึกษาผู้มีความสามารถได้ฝึกฝนและจุดประกาย ได้รับความเข้าใจเชิงลึกภาคปฏิบัติ อีกทั้งยังเป็นการเตรียมพร้อมต่อการประกอบอาชีพในอนาคต ความร่วมมือดังกล่าวตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของ Amity ในการบ่มเพาะผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์รุ่นต่อ ๆ ไป
เอเลโอโนรา วาเลนตี รองประธาน ผู้บริหารฝ่ายบุคคล แอมิตี กล่าวว่า โครงการความร่วมมือด้านการจัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการในครั้งนี้ มีเป้าหมายที่จะส่งเสริมนักเรียนให้สามารถประกอบอาชีพที่มีความรอบรู้ โดยการผสมผสานการเรียนรู้เชิงวิชาการเข้ากับประสบการณ์การทำงานภาคปฏิบัติ ความร่วมมือนี้สอดคล้องกับพันธกิจของเราในการบ่มเพาะความสามารถและสนับสนุนการเติบโตให้กับอุตสาหกรรม SaaS
ด้าน รศ. รังสรรค์ เลิศในสัตย์ อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น กล่าวว่า ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับสถาบันของเรา การผนึกกำลังกับกลุ่มบริษัท Amity นั้นช่วยให้เราได้มอบโอกาสอันล้ำค่าให้แก่นักศึกษาของเราในอุตสาหกรรม พร้อมสนับสนุนการเติบโตของพวกเขาในฐานะผู้เชี่ยวชาญที่มีความสามารถ เรามั่นใจว่า ความร่วมมือนี้จะช่วยเสริมแกร่งข้อเสนอด้านการศึกษาของเรา ตลอดจนผลิตบัณฑิตที่มีทักษะขั้นสูงที่จะสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อภาคอุตสาหกรรม SaaS
“การฝึกงานที่ Amity เรียกได้ว่าเป็นประสบการณ์ในระดับนานาชาติอย่างแท้จริง เป็นการเปิดประตูสู่ภูมิทัศน์ระดับโลกของอุตสาหกรรม SaaS สภาพแวดล้อมที่ทั้งมีความหลากหลายและเป็นพหุวัฒนธรรมของเรานั้นช่วยเป็นหน้าต่างที่ทำให้นักศึกษาได้สัมผัสกับมุมมองและวัฒนธรรมที่หลากหลาย ในขณะเดียวกันก็ช่วยพัฒนาทักษะทางวิชาชีพ” วาเลนตี กล่าว



