สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากเมืองบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. ว่า เรือดำน้ำไททัน ของบริษัท โอเชียนเกต เอ็กซ์เพดิชันส์ ซึ่งมีขนาดพอ ๆ กับรถบรรทุกทั่วไป ขาดการติดต่อกับภาคพื้นดิน และสูญหายไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ระหว่างการดำน้ำนำผู้โดยสาร 5 คน เที่ยวชมซากเรือไททานิก ใต้มหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ

กองเรือและเครื่องบินของยามชายฝั่งสหรัฐกับแคนาดา กำลังสำรวจพื้นที่มหาสมุทรประมาณ 7,600 ตารางไมล์ เพื่อค้นหาเรือดำน้ำไททัน ซึ่งพยายามดำลึกลงไปประมาณ 400 ไมล์ ห่างจากชายฝั่งของรัฐนิวฟันด์แลนด์ ของแคนาดา

ด้านโฆษกกองทัพเรือสหรัฐ กล่าวว่า ระบบรอกแบบพิเศษสำหรับการยกวัตถุหนักจากระดับความลึกมาก รวมถึงอุปกรณ์และบุคลากรอื่น ๆ จะเข้าร่วมปฏิบัติการกู้ภัยเช่นกัน ขณะที่สถาบันสมุทรศาสตร์ของฝรั่งเศส ประกาศว่า หุ่นยนต์สำรวจใต้ทะเลลึก และผู้เชี่ยวชาญของสถาบัน จะมาถึงพื้นที่ในวันนี้ (21 มิ.ย.)

เรือดำน้ำเพื่อการท่องเที่ยว “ไททัน” ของบริษัท “โอเชียนเกต เอ็กซ์เพดิชันส์”

“นี่เป็นการค้นหาที่ซับซ้อนมาก และทีมกำลังทำงานตลอดเวลา เพื่อนำทรัพย์สินและความรู้ความชำนาญที่มีอยู่ทั้งหมด ออกมาใช้โดยเร็วที่สุด” นายเจมี เฟรเดอริค กัปตันหน่วยยามชายฝั่งของสหรัฐ กล่าวกับผู้สื่อข่าว

ทีมกู้ภัยประมาณการว่า ผู้โดยสารทั้งห้าคนมีออกซิเจนเหลืออยู่น้อยกว่า 2 วัน ซึ่งพิจารณาตามความจุของเรือดำน้ำในการกักเก็บอากาศฉุกเฉินนานถึง 96 ชั่วโมง ทำนองเดียวกัน เฟรเดอริค ระบุว่า เรือดำน้ำในตอนนี้ น่าจะมีอากาศเหลืออยู่ประมาณ 40 ชั่วโมง โดยอ้างอิงจากรายงานครั้งแรกสุด

ทั้งนี้ ตัวแปรหนึ่งที่ทำให้ความพยายามในการค้นหาเรือดำน้ำไททันเพิ่มขึ้น คือ การเปิดเผยคดีความในปี 2561 ซึ่งระบุว่า นายเดวิด ลอคริดจ์ อดีตผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการทางทะเลของบริษัท โอเชียนเกต เอ็กซ์เพดิชันส์ ถูกไล่ออก หลังจากแสดงความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของเรือดำน้ำไททัน โดยเขากล่าวในการยื่นฟ้องต่อศาลว่า การออกแบบไททันของบริษัท “เป็นการทดลอง และไม่ได้รับการทดสอบ”.

เครดิตภาพ : AFP