เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. ที่หออัครศิลปิน จ.ปทุมธานี น.ส.วราพรรณ ชัยชนะศิริ รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) เป็นประธานเปิดงาน โครงการถ่ายทอดงานศิลป์กับศิลปินแห่งชาติ ลายลักษณ์วรรณศิลป์ รุ่น 7 โดยได้รับเกียรติจาก 11 ศิลปินแห่งชาติ ได้แก่ นายสถาพร ศรีสัจจัง, นายเจริญ มาลาโรจน์, นางชมัยภร บางคมบาง, นายไพวรินทร์ ขาวงาม, รศ.ธัญญา สังขพันธานนท์, นายกิตติศักดิ์ มีสมสืบ, นายจำลอง ฝั่งชลจิตร, น.ส.อรสม สุทธิสาคร, นางนันทพร ศานติเกษม, นายวรนันทน์ ชัชวาลทิพากร, นางวรรณี ชัชวาลทิพากร และผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ นายวีระศักดิ์ จันทร์ส่งแสง และ นายจรูญพร ปรปักษ์ประลัย มาถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ในการสร้างสรรค์ผลงานวรรณกรรม
น.ส.วราพรรณ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นกิจกรรมหนึ่งของโครงการถ่ายทอดงานศิลป์กับศิลปินแห่งชาติที่ สวธ. ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง แต่ได้งดการจัดกิจกรรมไปในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากที่สถานการณ์การระบาดคลี่คลายลง สวธ. จึงจัดกิจกรรมดังกล่าวขึ้นอีกครั้ง เพราะเป็นกิจกรรมที่มีความสำคัญต่อการสืบทอดรักษามรดกภูมิปัญญาและองค์ความรู้ของศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ และยังเป็นประโยชน์ต่อนักเรียน นักศึกษา ครู อาจารย์ และผู้ที่ต้องการจะเป็นนักเขียนในอนาคต ให้มีโอกาสได้เสริมสร้างประสบการณ์ ศึกษาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกับศิลปินแห่งชาติ ฝึกฝนลีลาในการสร้างสรรค์งานวรรณศิลป์ พัฒนาทักษะกระบวนการคิดให้เป็นระบบและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น สามารถนำความรู้ไปต่อยอดในการสร้างสรรค์งานวรรณศิลป์ และสิ่งที่สำคัญที่สุดของการฝึกอบรมครั้งนี้ คือ การสนับสนุนจากศิลปินแห่งชาติ ที่เห็นถึงความสำคัญและประโยชน์ที่ผู้เข้าอบรม รวมถึงสังคมและประเทศชาติจะได้รับ ซึ่งการอบรมครั้งนี้ จะมีการคัดเลือกผลงานของผู้เข้าอบรมทั้ง 4 ประเภท ได้แก่ เรื่องสั้น, นวนิยาย, กวีนิพนธ์ และสารคดี ไปจัดพิมพ์ในหนังสือลายลักษณ์วรรณศิลป์ 7 ด้วย
นางมงคลทิพย์ รุ่งงามฤกษ์ ผอ.สถาบันวัฒนธรรมศึกษา กล่าวว่า สำหรับการอบรมในภาคทฤษฎีผู้เข้าอบรมจะได้รับการถ่ายทอดความรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการสร้างสรรค์ผลงานจากศิลปินแห่งชาติ ส่วนภาคปฏิบัติผู้เข้าอบรมจะได้สร้างสรรค์ผลงานตามความถนัดและความสนใจใน 4 ประเภท ได้แก่ เรื่องสั้น นวนิยาย กวีนิพนธ์ และสารคดี ซึ่งมีผู้สนใจสมัครเข้าร่วมฝึกอบรม กว่า 70 คน เมื่อจบหลักสูตรแล้วศิลปินแห่งชาติจะพิจารณาคัดเลือกผลงานดีเด่น และนำไปจัดพิมพ์ในหนังสือลายลักษณ์วรรณศิลป์ 7 เพื่อเผยแพร่ผลงานของผู้เข้าอบรม
ด้านนางชมัยภร บางคมบาง ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ประจำปี 2557 กล่าวว่า การอบรมในปีนี้ได้รับความสนใจจากเยาวชนมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่มีเยาวชนรุ่นใหม่สนใจเรื่องงานเขียนแล้วเข้าอบรมมากขึ้น ทั้งนี้ในการอบรม จะมีการปรับเปลี่ยนแนวทางในการอบรมอยู่ตลอด แต่จะคงพื้นฐานในการอบรม 4 ประเภท คือ เรื่องสั้น นวนิยาย กวีนิพนธ์ และสารคดี เพื่อให้ทันกับยุคสมัย และผู้ที่เข้าอบรม เช่น จากอดีตที่ผู้เข้าอบรมจะมุ่งไปที่การเขียนเพื่องานขาย แต่ปัจจุบันวิทยากรสื่อสารให้เห็นว่า การเขียนคือการเยียวยาใจในรูปแบบหนึ่ง ซึ่งเมื่อได้มาอบรมจะทำให้เราสามารถมีทักษะในการเขียนสื่อสารออกไปได้ตรงตามที่เราต้องการ เช่น บางคนเขียนถ่ายทอดประสบการณ์การทำงาน และการแก้ปัญหาในการทำงาน เมื่อมีคนมาอ่านแล้วนำไปใช้แก้ปัญหาได้ ก็สามารถช่วยเยียวยาคนที่อ่านได้ เป็นต้น เพราะทุกวันนี้ทุกคนมีสื่ออยู่ในมือ การได้เข้ามาอบรมจะช่วยให้สามารถเขียนได้ดีขึ้น



