สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 2 ก.ค. ว่าพรรคการเมืองในกัมพูชาเปิดฉากแคมเปญรณรงค์หาเสียง เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ก่อนการเลือกตั้งทั่วไป ในวันที่ 23 ก.ค. นี้ อย่างไรก็ตาม การลงคะแนนที่กำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งเป็นการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่ทั้ง 125 ที่นั่ง มีพรรคการเมืองขนาดใหญ่เพียงพรรคเดียว นั่นคือ พรรคประชาชนกัมพูชา ( ซีพีพี ) ของสมเด็จ ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ซึ่งบริหารประเทศมานาน 38 ปีแล้ว


ทั้งนี้ ผู้นำกัมพูชา วัย 70 ปี ปราศรัยท่ามกลางมวลชนผู้สนับสนุนพรรคซีพีพี ในกรุงพนมเปญ ว่า “ชัยชนะของพรรคซีพีพีเท่ากับชัยชนะของชาวกัมพูชาทั้งประเทศ” และรัฐบาลพร้อมดำเนินการภายในกรอบของกฎหมาย “เพื่อจัดการกับกลุ่มคนที่พยายามปลุกระดมให้บ้านเมืองเกิดการแบ่งแยก และความไร้เสถียรภาพในบ้านเมือง”


อนึ่ง สมเด็จฮุน เซน ส่งสัญญาณมานานระยะหนึ่งแล้ว ว่าจะวางมือทางการเมือง และท่าทีดังกล่าวชัดเจนมากขึ้น เมื่อผู้นำกัมพูชาแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ด้วยการส่งมอบธงสัญลักษณ์พรรคซีพีพี ให้แก่พล.อ. ฮุน มาเนต บุตรชายคนโต ซึ่งเป็นผู้นำขบวนรถหาเสียงรอบกรุงพนมเปญ

พล.อ.ฮุน มาเนต บุตรชายคนโตของสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา นำพรรคประขาชนกัมพูชา ( ซีพีพี ) เดินสายหาเสียง ในกรุงพนมเปญ เมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2566


ขณะที่สภาผู้แทนราษฎรชุดปัจจุบันของกัมพูชา ซึ่งพรรคซีพีพีครองทุกที่นั่ง “มีมติอย่างเป็นเอกฉันท์” ในการประชุมเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เพิ่มเนื้อหาของกฎหมายการเลือกตั้ง ว่าบุคคลใดก็ตามซึ่งไม่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง จะไม่สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งได้ ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการลงคะแนนระดับใดก็ตาม ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ว่า จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อบรรดานักการเมืองฝ่ายค้าน ซึ่งลี้ภัยอยู่ในต่างประเทศ


อย่างไรก็ตาม ผู้นำกัมพูชายืนกรานว่า การแก้ไขกฎหมาย “มีความจำเป็น” ต้องเพิ่มเนื้อหานี้เข้าไปในกฎหมาย เนื่องจากกำลังมีการปลุกกระแสภายในประเทศ จากบรรดานักเคลื่อนไหวหลายกลุ่ม ให้ประชาชนร่วมกันบอยคอตการเลือกตั้งครั้งนี้ เพื่อแสดงอารยะขัดขืน ต่อการที่คณะกรรมการการเลือกตั้งตัดสิทธิพรรคแสงเทียน โดยให้เหตุผลว่า “เอกสารไม่ครบ” ส่งผลให้พรรคแสงเทียน ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านหลักในเวลานี้ ไม่สามารถส่งผู้สมัครลงชิงชัย ในการเลือกตั้งทั่วไปที่กำลังจะเกิดขึ้น.

เครดิตภาพ : AFP