“แอ็คมี่” เผยว่า  “ช่วงระหว่างที่ผมกำลังซุ่มทำเพลงใหม่ของวง DoubleDeep ผมก็คิดแผนเรื่องขอแต่งงานน้องนนนี่ ไว้ในใจตลอดว่าจะขอเขาที่ไหนดี พอดีกับพาร์ตเนอร์ที่ปรึกษาในการทำธุรกิจที่ดูไบติดต่อมา ผมเลยตัดสินใจเดินทางไปเลย  ก่อนอื่นเลยคือเรารู้ว่าทำแหวนไม่ทันแน่ ๆ เลยคุยกับทางร้านที่ออกแบบว่า ขอแหวนที่สามารถเอาไปแทนที่เหมาะสมก่อน มีชุดธีมขาวที่ทางดูไบให้ผมเตรียมพอดี โดยชุดนี้เขาให้รายละเอียดขนาดที่ว่าเป็นสูทสีขาว ต้องใช้ผ้าลินินเท่านั้น ดังนั้นคนที่ไปกับผมก็ต้องหาชุดเพื่อให้แมตช์กัน  

ส่วนวันที่ขอแต่งงานตรงกับวันที่เราทั้งคู่ได้บินข้ามน้ำมาที่แนวทะเลทรายเพื่อมาขี่อูฐ ซึ่งตรงนั้นไม่มีร้านอะไรเลย พอลงจากเฮลิคอปเตอร์ก็มีรถ Rolls Royce Cullinan สีขาวมารับ พร้อมช่อดอกไม้ที่ผมสั่งเตรียมไว้มอบให้นนนี่ ทางนนนี่ก็แอบคิดสงสัยว่าวันนี้ผมจะต้องขอแต่งงานน้องแน่ ๆ และ เราก็นั่งรถไปด้วยกันจนสุดทางที่รถจะไปต่อได้  เราจึงลงจากรถ แล้วเปลี่ยนมาขี่อูฐแทนประมาณ 15 นาทีมาจนถึงสถานที่ผมและทีมงานจัดเตรียมไว้ ซึ่งตรงนั้นจริง ๆ แล้วไม่มีอะไรเลย เป็นทะเลทรายว่างเปล่า แต่เราสร้างเป็นโต๊ะอาหารตัวเดียว กับ แคมป์สำหรับครอบครัวอีก 2 แคมป์ โดยการสร้างพื้นที่ดังกล่าวมีการลากสายไฟฟ้ามากลางทะเลทรายตามระยะทางหลายกิโล มีการขนเอาดอกกุหลาบขาวมาตกแต่งให้เป็นสถานที่ดินเนอร์ร่วมหลายพันดอก แก้วแชมเปญและผ้ากันเปื้อนสลักเป็นชื่อเราสองคน”

จนกระทั่งนนนี่ถามผมว่า “วันนี้พี่จะขอหนูเหรอ” ผมก็ทำได้แค่ยิ้ม ๆ และตอบไปว่า “พี่เตรียมตัวไม่ทันจริง ๆ แหวนก็เตรียมไม่ทัน แต่พี่ก็พยายามทำทั้งหมดนี้เพื่อให้ดินเนอร์ในคืนนี้เป็นดินเนอร์ที่ดีที่สุด และเป็นอีกวันที่น่าจดจำของเราสองคน” นี่คือเบื้องหลังการขอแต่งงานครั้งนี้ของเราครับ

นอกจากเรื่องขอน้องนนนี่แต่งงาน  ผมยังได้เดินหน้าธุรกิจก้าวสำคัญ หลายคนสงสัยว่าผมไปทำอะไรที่ดูไบอีก ผมได้ร่วมงานกับ TransEuro Group ถือเป็นบริษัทระดับโลกมีมูลค่าบริษัทสูงถึง 21,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 735,000 ล้านบาท และทำธุรกิจที่หลากหลายแบบ ทั้งธุรกิจน้ำมัน ทองคำ สินค้าโภคภัณฑ์ ชิ้นส่วนเครื่องบิน กลุ่มธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และร้านกาแฟ ผมจึงตัดสินใจลงทุนใน UAE กว่าหมื่นล้านบาท (300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งมั่นใจว่าครั้งนี้จะเป็นโอกาสครั้งสำคัญในการวางรากฐานการขยายธุรกิจและวางรากฐานครอบครัวของผมให้เติบโตมากยิ่งขึ้น และประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน”