นายชัยวุฒิ  ธนาคมานุสรณ์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า ได้หารือกับผู้ประกอบการธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล  อี-มาร์เก็ตเพลส ได้แก่ Lazada, AirAsia Super App, Noc Noc, , Shopee ,เทพSHOP และ สมาคมเว็บไซต์ไทยประชุมทำความเข้าใจ สร้างการรับรู้ ถึงความสำคัญของ พ.ร.ฎ. การประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. 2565  หรือ กฎหมาย DPS  (Digital Platform Services)  โดยที่ผ่านมา ที่ผ่านมากระทรวงดีอีเอสมีการทำงานและร่วมพูดคุยกันมาโดยตลอดก่อนที่กฎหมายดังกล่าวจะแล้วเสร็จ โดยเรื่องหลักที่เป็นห่วงคือ การต้องมีช่องทางในการรับเรื่องร้องเรียนให้กับประชาชนเพื่อให้การซื้อขายของออนไลน์เป็นไปด้วยความปลอดภัย เป็นธรรม เพื่อสร้างให้ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซเติบโตต่อไปในอนาคต

อย่างไรก็ตาม กฎหมายดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบกับผู้ประกอบการที่ขายของบนแพลตฟอร์ม E-Marketplace เพราะเจ้าของแพลตฟอร์มคือผู้ต้องจดแจ้งตามกฎหมาย เจ้าของแพลตฟอร์มอาจกำหนดรูปแบบการยืนยันตัวตนตามไกด์ไลน์ที่กระทรวงกำหนดเพื่อความปลอดภัยและป้องกันมิจฉาชีพปลอมแปลงตัวตนเข้ามาหลอกลวง จากเดิมที่ใช้บัตรประชาชน ก็อาจจะเปลี่ยนรูปแบบการยืนยันตัวตนรูปแบบดิจิทัลไอดี ซึ่งจะปลอดภัยกว่า ไม่สามารถขโมยของใครมาใช้งานได้ เนื่องจากต้องยืนยันตัวตนด้วยใบหน้า

ด้านผู้ประกอบการ Lazada, AirAsia Super App, Noc Noc, , Shopee ,เทพSHOP และ สมาคมเว็บไซต์ไทย มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า ยินดีให้ความร่วมมือและที่ผ่านมาทำงานร่วมกับกระทรวงดีอีเอสมาอย่างต่อเนื่อง และต่างมีช่องทางร้องเรียนให้ผู้ใช้งานอยู่แล้ว

ขณะที่ตัวแทนจาก Lazada และ Shopee กล่าวว่า ปกติการยืนยันตัวตนร้านค้าของแพลตฟอร์มคือการขอสำเนาบัตรประชาชนและสำเนาสมุดบัญชีที่ต้องมีชื่อตรงกัน แต่เมื่อกฎหมายใหม่ออกมา ทั้ง 2 แพลตฟอร์ม กำลังอยู่ระหว่างการศึกษารูปแบบการยืนยันตัวตนว่าจะไปในทิศทางเดิมหรือทิศทางใหม่ตามไกด์ไลน์ของกระทรวงดีอีเอส ซึ่งเรื่องนี้อยู่ระหว่างการศึกษาและตัดสินใจของผู้บริหาร