สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 7 ก.ค. ว่า นายโฟลเคอร์ เติร์ก ข้าหลวงใหญ่ด้านสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เสนอรายงานต่อคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชอาร์ซี) ว่าประชาคมโลกต้องเพิ่มความร่วมมือ เพื่อป้องกันความสนับสนุนทางอาวุธให้กองทัพแก่เมียนมา ควบคู่ไปกับการวิเคราะห์ “ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้”
ขณะเดียวกัน เติร์กเรียกร้อง “การดำเนินงานอย่างจำเพาะเจาะจง” เพื่อจำกัดโอกาสของบรรดานายพลเมียนมา ในการเข้าถึงเงินตราต่างประเทศ เชื้อเพลิง และอีกหลายสิ่งหลายอย่าง ที่อาจเป็นการนำไปใช้โจมตีพลเรือนในประเทศ
#Myanmar: “Unhindered humanitarian access has never been more urgent.” @volker_turk highlights military’s systematic denial of live-saving aid for civilians. He urges States to limit business interests enabling military's violations & int'l community to exert maximum leverage to… pic.twitter.com/U8ud6FCyWC
— UN Human Rights (@UNHumanRights) July 6, 2023
นอกจากนี้ รายงานของเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านสิทธิมนุษยชนของยูเอ็นระบุด้วยว่า นับตั้งแต่เกิดการรัฐประหาร เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2564 มีประชาชนเสียชีวิตอย่างน้อย 3,747 ราย จากการใช้ความรุนแรงของกองทัพเมียนมา และมีผู้ถูกจับกุมอีกมากกว่า 23,000 คน สถิติดังกล่าวไม่รวมการเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์ประมาณ 40 ราย อีกทั้งประชาชนอีกมากกว่า 15 ล้านคน ต้องการความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม.
เครดิตภาพ : AFP



