จากวิกฤติโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อทุกประเทศทั่วโลก ระบบเศรษฐกิจของแต่ละประเทศต้องหยุดชะงัก เพราะต้องปิดประเทศป้องกันการระบาดของโควิด-19 และแน่นอนประเทศไทยก็ต้องตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกันกับทุกประเทศทั่วโลกในช่วงการระบาดของโควิด–19

ก่อนหน้านี้การปิดประเทศส่งผลให้ประเทศไทย ไม่สามารถเปิดรับนักท่องเที่ยวได้ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่นิยมเดินทางมาประเทศไทย จำนวนนักท่องเที่ยวมหาศาลที่หายไป ย่อมส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 คลี่คลายลง แต่ละประเทศจึงสามารถเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวได้ และเนื่องด้วยปีนี้ครบรอบสถาปนาทางการทูตไทย-จีน 48 ปี ทางสภาวัฒนธรรมไทย-จีนและส่งเสริมความสัมพันธ์ มั่นใจว่า ประชาชนชาวจีนจะกลับมาท่องเที่ยวในประเทศไทยอย่างคึกคักเช่นเดิมแน่นอน ในเรื่องนี้ อำพล รัตนสุวงศ์ชัย ประธานกรรมการ บริษัท สยาม-เทค กรุ๊ป จำกัด ในฐานะรองประธานสภาวัฒนธรรมไทย-จีนฯ ได้ฉายภาพให้กับทีมข่าวเดลินิวส์ว่า ไทย-จีน มีความสัมพันธ์ที่ดีมาอย่างยาวนานมาก ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน อย่างที่พูดกันว่า

“ไทยจีนใช่อื่นไกลพี่น้องกัน” เพราะจะเห็นได้จากการที่จีนได้มีการส่งเสริมด้านการลงทุน การค้า และการท่องเที่ยวกับไทยมาด้วยดีเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการท่องเที่ยว ซึ่งก่อนการระบาดของโควิด-19 มีนักท่องเที่ยวจากจีนมาเที่ยวเมืองไทยประมาณ 12 ล้านคนต่อปี ตอนนี้ประเทศไทยเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวแล้ว และรัฐบาลให้การสนับสนุนส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวชาวจีนเริ่มกลับมาเที่ยวประเทศไทยอีกครั้ง และอีกไม่นาน ก็จะเพิ่มเป็นเหมือนก่อนเกิดสถานการณ์โควิด-19 เพราะไทยเรามีความพร้อมในเรื่องสถานที่ท่องเที่ยว รวมทั้งอาหาร ผ้าไทย ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ มวยไทย และเทศกาลประเพณีซึ่งถือเป็น “ซอฟท์พาวเวอร์” (Soft Power) ที่สำคัญของไทย

ซอฟท์พาวเวอร์ไทยที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวจีนมีความหลากหลายมาก และ “ไนท์มาร์เก็ต” เป็นอีกจุดหนึ่งที่นักท่องเที่ยวจีนให้ความสนใจ ซึ่งทาง อำพล ก็มองว่า ไนท์มาร์เก็ตเป็นเรื่องที่น่าสนับสนุน เพราะเป็นศูนย์ที่นำเสนอซอฟท์พาวเวอร์ของไทยได้ทั้งวัฒนธรรม อาหาร สินค้าท้องถิ่น และการบริการแบบไทย ๆ ซอฟท์พาวเวอร์อีกจุดหนึ่งที่คนจีนให้ความสนใจเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ คือ ดนตรีและภาพยนตร์ ซึ่งไทยควรให้การสนับสนุนศิลปินไทยที่ไปสร้างชื่อเสียงในประเทศจีน ทางสภาวัฒนธรรมไทย-จีนฯ ก็พร้อมที่จะเข้าไปร่วมสนับสนุนและส่งเสริมในเรื่องนี้เพื่อให้ชาวจีนได้สัมผัสและเข้าใจวัฒนธรรมของคนไทยมากขึ้น

ส่วนในเรื่องการส่งเสริมให้ความสัมพันธ์ของไทย-จีน มีความยั่งยืนนั้น รองประธานสภาวัฒนธรรมไทย-จีนฯ บอกว่า เราต้องใช้ความเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมและมิตรภาพที่มีมายาวนาน รวมทั้งความจริงใจของคนไทย เสริมความโดดเด่นทางทรัพยากรของไทย เพื่อดึงดูดให้ชาวจีนสนใจมาลงทุนในประเทศไทยเยอะมากขึ้น ความสัมพันธ์และมิตรภาพที่มีมาอย่างยาวนาน ทำให้ทั้งชาวไทยและจีน มีความผูกพัน มีความเชื่อมั่น และเห็นความสำคัญซึ่งกันและกัน การลงทุนทำธุรกิจระหว่างสองประเทศจึงเกิดขึ้นมาโดยตลอด

สภาวัฒนธรรมไทย-จีนฯ ก็พร้อมสนับสนุนและเชิญชวนนักธุรกิจชาวจีนให้มาลงทุนในประเทศไทยโดยเฉพาะในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี จีนเป็นประเทศที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านเทคโนโลยีซึ่งเป็นสิ่งที่ไทยต้องควรเรียนรู้จากจีน รวมทั้งความขยันหมั่นเพียรและความอดทนของชาวจีนก็สามารถนำมาเป็นแบบอย่างในการดำรงชีวิตของเราได้เป็นอย่างดี” อำพลกล่าวทิ้งท้าย.