สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 7 ก.ค. ว่า โอเชียนเกต ซึ่งตั้งอยู่ในสหรัฐ ระบุบนเว็บไซต์ว่า บริษัทระงับการสำรวจและปฏิบัติการเชิงพาณิชย์ทั้งหมด หลังเกิดโศกนาฏกรรมซึ่งคร่าชีวิตนายสต็อกตัน รัช ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท รวมถึงผู้โดยสารอีก 4 คน ได้แก่ นายฮามิช ฮาร์ดิง นักธุรกิจพันล้านและนักสำรวจชาวสหราชอาณาจักร, นายปอล อองรี นาโชเลต์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเรือดำน้ำชาวฝรั่งเศส, นายชาห์ซาดา ดาวูด นักธุรกิจชาวปากีสถาน-สหราชอาณาจักร และนายสุเลมาน ดาวูด บุตรชายของเขา

ทั้งนี้ เรือดำน้ำไททันสูญหายระหว่างการดำดิ่งชมซากเรือไททานิก เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. ที่ผ่านมา โดยหน่วยยามชายฝั่งของสหรัฐ กล่าวในวันที่ 22 มิ.ย. ว่า เรือลำดังกล่าวประสบกับ “การระเบิดอย่างรุนแรง” นับเป็นการยุติปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยข้ามชาติ ที่คนทั้งโลกเฝ้าติดตาม

ขณะเดียวกัน หน่วยยามชายฝั่งของสหรัฐ และทางการแคนาดา ดำเนินการสอบสวนหาสาเหตุของโศกนาฏกรรม ซึ่งเกิดขึ้นภายหลังเรือดำน้ำไททันขาดการติดต่อ หลังดำดิ่งสู่ก้นมหาสมุทรไปได้ประมาณ 1 ชั่วโมง 45 นาที

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว บรรดาผู้สันทัดกรณีสามารถเก็บกู้ชิ้นส่วนที่อาจเป็นของร่างกายมนุษย์จากซากเรือดำน้ำไททัน ซึ่งพบที่ก้นมหาสมุทร ห่างจากหัวเรือไททานิกราว 500 เมตร โดยพวกเขาสันนิษฐานว่า เหยื่อทุกรายเสียชีวิตในทันที เมื่อเรือดำน้ำไททันเกิดการระเบิดอย่างรุนแรง จากแรงดันที่ก้นมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ ซึ่งอยู่ลึกลงไปเกือบ 4 กิโลเมตร.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES