ฉายภาพความสัมพันธ์ที่พิเศษของไทย–จีน นอกจากเกร็ดประวัติศาสตร์ที่มีความสัมพันธ์มายาวนานแล้วนั้น ยังมีมุมมองของบุคคลในแวดวงต่าง ๆ ที่ได้มาสะท้อนมุมมองที่ดีต่อความสัมพันธ์ไทย–จีน ดังเช่น CEO และนักธุรกิจไทยที่ทำธุรกิจร่วมกับประเทศจีนมายาวนาน อย่าง เสรี วิริยะสกุลธรณ์ ที่จะมาสะท้อนมุมมองในเรื่องนี้
เสรี วิริยะสกุลธรณ์ ได้ชื่อเป็นนักธุรกิจชาวไทยยุคต้นๆ ที่ได้ร่วมทำการค้ากับประเทศจีนมายาวนานต่อเนื่องคนหนึ่ง โดยเฉพาะการนำ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม และ ยางมะตอย จากผู้ผลิตของไทยส่งออกไปขายให้กับคู่ค้าในจีน โดยรายละเอียดของธุรกิจที่ทำอยู่นี้ จุดเริ่มต้นของธุรกิจต่าง ๆ อีกมากมายในปัจจุบันนั้น เริ่มก่อตั้งราวปี 1998 เพื่อทำหน้าที่เป็น Operating Office ให้กับธุรกิจ Oil Trading ให้กับบริษัทในเครือที่ดูแลอยู่หลาย ๆ บริษัทที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศ ซึ่งบริษัทที่ก่อตั้งขึ้นนี้ทำหน้าที่ดูแลธุรกิจที่เกี่ยวกับการ Trading ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมตั้งแต่ น้ำมันดิบ น้ำมันเครื่องบิน น้ำมันก๊าซ ดีเซล แก๊สโซลีน ไปจนถึง ยางมะตอย เนื่องจากมีความรู้และความเชี่ยวชาญด้านนี้จากการที่คุณเสรี นั้นทำงานเป็นวิศวกรในบริษัทพลังงานและโรงกลั่นน้ำมันมายาวนาน

ต่อมาธุรกิจได้มีการขยายออกไปทำในเรื่องของ เทคโนโลยีและซอฟต์แวร์ รวมไปถึงพลังงานหมุนเวียน เนื่องจากเล็งเห็นเทรนด์ของโลกธุรกิจที่มีแนวโน้มนี้เพิ่มขึ้น โดยผลงานที่ผ่านมาก็มี อาทิ โครงการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ให้กับ กอ.รมน. 10 จังหวัด, โครงการติดตั้งระบบคลาวด์ซิสเต็ม ให้กองทัพบก ล่าสุดที่เพิ่งส่งมอบไปเมื่อปี 2565 คือ โครงการติดตั้งระบบดาต้า เซ็นเตอร์ ให้แก่การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) โดยทำร่วมกับล็อกซเล่ย์ มีมูลค่าโครงการประมาณ 1,040 ล้านบาท ที่เป็น โครงการวางระบบควบคุมการจราจร ทั้งหมด นอกจากนี้ก็ยังพัฒนาซอฟต์แวร์เกี่ยวกับ เรื่อง Asset Management ที่ซอฟต์แวร์ดังกล่าวขณะนี้จดลิขสิทธิ์และได้รับการจดสิทธิบัตรแล้ว โดยทางกองคลัง กรมสรรพสามิต ได้มีการติดตั้งและนำไปใช้งานภายในหน่วยงานบ้างแล้ว
ส่งผลิตภัณฑ์ “ยางมะตอย” คุณภาพดีไปจีน
สำหรับ “ความสัมพันธ์ไทย–จีน” ของคุณเสรีกับคู่ค้าในประเทศจีน ที่ดำเนินธุรกิจร่วมกันมานานเป็นสิบ ๆ ปีนั้น จุดเริ่มต้นความสัมพันธ์นั้นมองตลาดจีนมานานกว่า 20 ปีแล้ว โดยที่เข้าไปทำธุรกิจกับจีนเพราะเห็นว่าจีนมี ระบบโลจิสติกส์ที่ดี อีกทั้งรัฐบาลจีนยังมี แผนยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน ในทุกระดับ เช่น ในระยะ 5 ปี จีนจะมีแผนยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนว่า จะทำทางรถไฟเท่าไหร่ หรือทำถนนเท่าใด ซึ่งในช่วงที่รัฐบาลจีนมีแนวคิดที่จะก่อสร้างถนนเพิ่มทั่วประเทศนั้น ก็พบว่าในบางพื้นที่ของจีนมีความต้องการ ผลิตภัณฑ์ยางมะตอย (Asphalt) มาก เนื่องจากบางพื้นที่เป็นเขตแผ่นดินไหว การก่อสร้างถนนจึงไม่ใช้คอนกรีตซีเมนต์ แต่ใช้ยางมะตอยเพื่อที่เวลาเกิดแผ่นดินไหวความเสียหายจะได้ลดน้อยลง จึงตัดสินใจเข้าไปลงทุนที่จีนด้วยการลงทุนเปิดคลังสินค้าขึ้น เพื่อส่งออกยางมะตอยไปจำหน่าย อย่างไรก็ตามแต่เวลานั้นก็มีบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกที่จะต้องเข้าไปแข่งขันด้วยหลายแห่ง แต่ด้วยความที่จริงใจและต้องการนำสินค้าที่ดีของไทยไปให้ ในที่สุดคู่ค้าชาวจีนก็ให้การยอมรับในคุณภาพและมาตรฐานยางมะตอยที่เราเอาไปนำเสนอ

เสรี เล่าต่อว่า ตอนนั้นนำ ยางมะตอยของ IRPC ซึ่งเป็นผู้ผลิตของไทยไปนำเสนอให้กับคู่ค้าที่จีน แต่ลูกค้าไม่รู้จัก IRPC จึงนำความรู้ความเชี่ยวชาญที่ทำงานในโรงกลั่นน้ำมันมานาน ทยอยให้ข้อมูลและเปรียบเทียบให้ลูกค้าค่อย ๆ เข้าใจในจุดเด่นของผลิตภัณฑ์จากไทย โดยได้ให้ข้อมูลลูกค้าตั้งแต่กระบวนการผลิต จนถึงเรื่องของมาตรฐานและคุณภาพ จนลูกค้าให้การยอมรับและนำยางมะตอยจากไทยไปประมูลแข่งขันกับบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลก และในที่สุดก็ชนะการประมูล ซึ่งส่งผลดีต่อเนื่องมาถึงเวลานี้ เพราะทุกคนในจีนล้วนต้องการยางมะตอยของ IRPC ที่เป็นผู้ผลิตจากไทยเป็นอย่างมาก ในฐานะภาคธุรกิจรู้สึกดีใจที่คู่ค้าให้การยอมรับสินค้าจากไทย และในฐานะคนไทย ก็ยิ่งภูมิใจที่ได้มีส่วนช่วยนำเสนอให้คนจีนได้รู้จักผู้ผลิตของประเทศไทย
จากเหตุการณ์นี้เอง ที่ทำให้พบ คีย์เวิร์ดสำคัญ ในการสร้างความสัมพันธ์กับคู่ค้าชาวจีน การทำให้คู่ค้าจีนเชื่อมั่นและไว้ใจได้นั้น เราก็จะต้องแสดงออกให้ฝั่งนั้นสามารถรับรู้ได้ถึง “ความจริงใจ” ที่มีก่อน ถ้าหากมีข้อนี้แล้ว ทุก ๆ อย่างก็จะราบรื่น
หนุนภาคธุรกิจไทย-จีนพบปะแลกเปลี่ยนมากขึ้น
“ข้อเสนอแนะ” เพื่อการยกระดับความสัมพันธ์ไทย-จีนนั้น มองว่า ไทยควรส่งเสริมให้ภาคธุรกิจมีโอกาสพบปะแลกเปลี่ยนกับจีนให้บ่อยครั้งมากขึ้น และควรมีหน่วยงานที่ทำหน้าที่เป็นตัวประสานอย่างจริงจัง โดยเป็นภาครัฐหรือเอกชนก็ได้ เช่น สภาวัฒนธรรมไทย-จีนและส่งเสริมความสัมพันธ์ เป็นต้น เนื่องจากการติดต่อทำธุรกิจกับจีนนั้น หากสามารถผ่านองค์กร หรือมีคนช่วยคัดกรองมาให้ จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและไว้ใจให้กับคู่ค้าจีนที่เข้าไปติดต่อด้วย นอกจากนั้นควรส่งเสริมให้พนักงานในบริษัทต่าง ๆ เรียนรู้ภาษาจีนและวัฒนธรรมจีนเพิ่มขึ้น การที่สามารถสื่อสารภาษาจีนกับคู่ค้าชาวจีนได้ ไม่เพียงทำให้รู้สึกประทับใจ แต่ยังแสดงถึงความใส่ใจอีกฝ่ายด้วย

ข้อคิดในการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีน ด้วยความที่ติดต่อและมีความสัมพันธ์กับคู่ค้าชาวจีนมายาวนาน จึงส่งผลทำให้มิตรภาพงอกงาม เป็นมากกว่าการเป็นแค่พันธมิตรทางธุรกิจ จนทำให้เกิดเหตุการณ์น่าประทับใจยิ่ง อีกเรื่องคือ ในช่วงโควิด-19 ระบาดช่วงแรก ๆ ต้นปี 2563 ที่ผมขอ N95 ลูกค้าไป แต่หายากมาก ลูกค้าก็พยายามช่วยเต็มที่ ในที่สุดก็จัดส่ง Disposable medical surgical mask มาให้ 15,000 ชิ้น ซึ่งก็มีค่ามากในช่วงเวลานั้น สำหรับ จนท. แพทย์และพยาบาลที่ดูแลผู้ป่วย
“พอเราส่งต่อเพื่อมอบให้กับโรงพยาบาลที่ร้องขอมา ทางผู้รับมอบก็ได้มีการจัดทำป้ายเพื่อขอบคุณคนจีนที่ช่วยเหลือ และพอเราส่งภาพไปให้ ทางเขาก็รู้สึกภูมิใจและดีใจมากๆ ที่ได้ช่วยเหลือคนไทยและประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นสัมพันธภาพที่ดีต่อกันของทั้ง 2 ประเทศ ที่แม้แต่ในเวลาที่เกิดวิกฤติ แต่มิตรภาพไทยและจีนก็ยังคงมีให้กันเสมอ”เป็นบางช่วงบางตอนจากเรื่องราวประทับใจที่ เสรี วิริยะสกุลธรณ์ นำมาบอกเล่าเพื่อช่วยสะท้อน “มิตรภาพไทย-จีน” ที่มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นต่อกันมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน.



