กำลังจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการแล้ว ในวันที่ 21 ส.ค นี้  สำหรับ พ.ร.ฎ.การประกอบธุรกิจบริการ แพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ  พ.ศ. 2565 หรือ กฎหมาย DPS  (Digital Platform Services)

หลังได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา  เมื่อวันที่ 23 ธ.ค.65 ซึ่งทาง สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ เอ็ตด้า ภายใต้ การกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   (ดีอีเอส)   เป็นหน่วยงานหลักใน การขับเคลื่อน กฎหมายฉบับนี้

การที่รัฐต้องตรากฎหมายนี้ออกมาก เพื่อหวังให้เป็นกลไกในการดูแลผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ให้มีความโปร่งใส และมีแนวทางในการคุ้มครองเยียวยาแก่ผู้ใช้บริการ ได้อย่างเป็นธรรม!?!

หลังจากที่ผ่านๆมา คนไทยที่ใช้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล พอเกิดความเสียหาย ก็ไม่รู้ต้องดำเนินการอย่างไร ต้องแจ้งไปที่ไหน หรือติดต่อผู้ให้บริการได้อย่างไร เพื่อขอความช่วยเหลือ!!   

ภาพ pixabay.com

เช่นหลังจากในปีที่ผ่านมามีการร้องเรียนเรื่องการใช้งานแพลตฟอร์ม และถูกฉ้อโกง ซื้อขายออนไลน์ กว่า 6 หมื่นเรื่อง!! แล้วใครบ้างล่ะ? ที่เข้าข่ายต้องอยู่ภายใต้การบังคับใช้ของก.ม. นี้?

หากอธิบายง่ายๆ ก็คือ  ผู้ให้บริการเว็บไซต์ แพลตฟอร์ม และแอปพลิเคชั่น ไม่ว่าจะของไทยหรือต่างประเทศ หากต้องการให้บริการกับคนไทยหรือประกอบธุรกิจในไทย  ก็ต้องจดแจ้งกับทาง สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ เอ็ตด้า ก่อนที่จะเริ่มประกอบธุรกิจ!!

ทั้งนี้หากเป็นผู้ประกอบธุรกิจซึ่งประกอบธุรกิจอยู่นอกราชอาณาจักร แต่ให้บริการแก่ผู้ใช้บริการในราชอาณาจักร จะต้องแต่งตั้งผู้ประสานงานในราชอาณาจักรด้วย โดยมีการกำหนดหน้าที่ให้เหมาะสมกับลักษณะการให้บริการ และผลกระทบที่อาจเกิดจากการให้บริการ และมีช่องทางการรับเรื่องร้องเรียน ที่เกิดจากการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล หลังจากที่ผ่านมามีกรณีไม่สามารถติดต่อผู้ให้บริการเหล่านี้ได้

โดยเมื่อ ก.ม.บังคับใช้แล้ว ผู้ประกอบการที่ไม่เคยให้บริการมาก่อน อยากเข้ามาประกอบธุรกิจต้องมาจดแจ้ง กับเอ็ตด้าก่อน  ส่วนผู้ที่ให้บริการอยู่ก่อนที่กฎหมายบังคับใช้จะมีเวลา 90  วันที่ต้องมาจดแจ้ง ภายใน วันที่ 18 พ.ย.66  ไม่เช่นนั้น จะมีโทษจำคุก 1 ปี ปรับ 1 แสนบาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ!!

ส่วนเกณฑ์ที่กำหนดไว้ คือ เป็นเว็บไซต์ แพลตฟอร์ม หรือ แอปพลิเคชั่น ที่มีการลงทะเบียนยูสเซอร์ และมีผู้ใช้งานเกิน 5,000 คนต่อเดือน  หากเป็นนิติบุคคลต้องมีรายได้เกิน 50 ล้านบาทต่อปี และหากเป็นบุคคคล ทั่วไปต้องมีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี

ในเบื้องต้นนั้นทางเอ็ตด้า ได้ประเมินว่า ปัจจุบัน มีผู้ประกอบการที่เข้าข่ายต้องมาจดประมาณ 1,000  ราย อาทิ ผู้ให้บริการโซเซียลมีเดียต่างๆ ผู้ให้บริการอีมาร์เก็ตเพลส ผู้ให้บริการเว็บไซต์ซื้อขาย บ้าน รถยนต์  ฯล

ภาพ pixabay.com

อย่างไรก็ตามในประเด็นที่ว่า หากเป็นผู้ประกอบการที่เคยแจ้งจดทะเบียนกับทางกระทรวงพาณิชย์แล้วนั้น ยังต้องมาแจ้งอีกหรือไม่??

ทาง “ชัยชนะ มิตรพันธ์” ผู้อำนวยการ เอ็ตด้า บอกว่า สำหรับเจ้าของหรือผู้ให้บริการ แพลตฟอร์ม ที่เคยจดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์มาแล้ว ก็ต้องมาจดแจ้งเพิ่มกับทางเอ็ตด้าด้วย เนื่องจาก ก.ม.นี้เป็นการกำกับดูแลด้าน การทำธุรกิจทางอิเล็กทรอนิกส์

ส่วนพ่อค้า แม่ค้าออนไลน์ ที่ขายของตามแพลตฟอร์ม และโซเซียบมีเดียต่างๆ และพวก ยูทูบเบอร์  อินฟลูเอนเซอร์ ก็ไม่ต้องตกใจ!  เพราะ ไม่เข้าเกณฑ์ที่ต้องมาจดแจ้ง  เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของเจ้าของ แพลตฟอร์มที่ต้องดำเนินการ เช่น เฟซบุ๊ก  ลาซาด้า ต้องเป็นคนมาจดแจ้ง ไม่ใช้คนที่ใช้บริการแพลตฟอร์ม!!

ด้าน“ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์”  รมว. ดีอีเอส บอกว่า ได้มีการหารือกับผู้ประกอบการธุรกิจ บริการแพลตฟอร์ม ดิจิทัล  อี-มาร์เก็ตเพลส ได้แก่ Lazada, AirAsia Super App, Noc Noc, , Shopee ,เทพSHOP และ สมาคมเว็บไซต์ไทย ประชุมทำความเข้าใจ สร้างการรับรู้ ถึงความสำคัญของ ก.ม.  

โดยผู้ประะกอบการส่วนใหญ่ มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่ายินดีให้ความร่วมมือและที่ผ่านมาทำงาน ร่วมกับกระทรวงดีอีเอสมาอย่างต่อเนื่อง และต่างมีช่องทางร้องเรียนให้ผู้ใช้งานอยู่แล้ว

เอ็ตด้า อยู่ในระหว่างการจัดทำร่างคู่มือการพิสูจน์และยืนยันตัวตนเพื่อลงทะเบียนเป็นผู้ใช้บริการ เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เกิดกลไก self-regulate ของผู้ประกอบธุรกิจ เน้นสำหรับบริการ Social Media และ e-Commerce ก่อน เพื่อประโยชน์ด้านการคุ้มครอง ผู้บริโภค ลดการฉ้อโกงออนไลน์ และการดำเนินคดี ที่ระบุตัวผู้กระทำความผิด และอยู่ในระหว่างการขยาย ขอบเขตให้ ครอบคลุมมากขึ้น  

ภาพ pixabay.com

อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นการปิดข้อสงสัยและให้เกิดความชัดเจนในข้อปฏิบัติภายใต้กฎหมาย  จึงเปิดระบบเพื่อช่วยประเมินเบื้องต้นว่าเป็นบริการที่เข้าข่ายบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลหรือไม่ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเตรียมความพร้อมก่อนดําเนินการแจ้งให้เอ็ตด้า ทราบ ผ่าน Checklist ออนไลน์ ที่ลิงก์ https://eservice.etda.or.th/dps-assessment 

และเตรียมขยายผล การจัดกิจกรรม Pre- Consultation Checklist ที่จะมีทีมงานคอยให้คําปรึกษา แก่ผู้ให้บริการ เพื่อเตรียมความพร้อมในการจด แจ้งข้อมูลและการปฏิบัติตามกฎหมาย ผ่านทางระบบ e-Meeting ที่จะเปิดให้บริการให้คําปรึกษาอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 17 ก.ค. 66 นี้

ทั้งหมด คือการเตรียมความพร้อมก่อน ก.ม.จะบังคับใช้อย่างเป็นทางการ!!!

จิราวัฒน์ จารุพันธ์