นายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า ดีอีเอส ได้ร่วมกับ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท. ) และสมาคมธนาคารไทย ในการพัฒนาระบบ เซ็นทรัล ฟรอด รีจิสตี้ (Central Fraud Registry) ซึ่งจะเป็นระบบใช้ในการตรวจจับ ธุรกรรมทางการเงินของสถาบันการเงินที่มีความผิดปกติ เช่น โอนจำนวนหลายๆครั้ง ในช่วงเวลาติดๆกัน และมีมูลค่าจำนวนมาก ฯลฯ เพื่อแก้ไขปัญหาการถูกหลอกลวง และลดการฉ้อโกงทางออนไลน์ และช่วยหยุดยั้งการโกงและลดการสูญเสียผ่านออนไลน์ โดยเฉพาะ การโอนเงินผ่านบัญชีม้า ฯลฯ
ซึ่งระบบนี้จะช่วยให้เกิดการเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างธนาคาร ที่สามารถตรวจสอบธุรกรรม ของบัญชีม้าได้ จากเดิมที่ไม่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลกันได้ โดยทางทางสมาคมธนาคารและ ธปท. จะเป็นผู้ดำเนินการในการพัฒนา แพลตฟอร์มรองรับ เพื่อให้การทำธุรกรรมผ่านธนาคารที่มีความปลอดภัยสูงและป้องกันการหลอกลวงผ่านออนไลน์ คาดว่าจะแล้วเสร็จใน 2-3 เดือนจากนี้ และทำการเปิดตัวในเร็วๆนี้
“ ระบบ ที่พัฒนาขึ้น เป็นการทำงานรองรับหลังจากที่มีการบังคับใช้ พระราชกำหนดมาตรการป้องกัน และปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 ซึ่งมีผลบังคับใช้วันที่ 17 มี.ค.66 นั้น ช่วยให้การแจ้งความคดีออนไลน์จากประมาณ 800 รายการต่อวัน ลดลงเหลือประมาณ 600 รายการต่อวัน และสามารถอายัดเงินที่ถูกหลอกลวงได้เพิ่มขึ้น 3 เท่า คิดเป็น 20% ช่วยลดความเสียหายแก่ พี่น้องประชาชนได้เป็นจำนวนมาก แม้ว่าการหลอกลวงใหม่ๆ จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาทิ การปลอมเสียงด้วยเทคโนโลยี เอไอให้ผู้เสียหายกดลิงก์ผ่าน ยูอาร์แอลปลอม และมีการหลอกให้ลงทุน เป็นต้น”
นายวิศิษฏ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ทางดีอีเอส เตรียมนำเสนอการจัดซื้อจัดจ้างผลิตภัณฑ์และคุรุภัณฑ์ไอที ของหน่วยงานภาครัฐให้มีความสะดวกมากยิ่งขึ้น รองรับแนวคิด โก คลาว์ด เฟิสต์ โดยดีอีเอส จะมีการจัดตั้งอนุกรรมการ ภายใต้คณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อผลักดันการแก้ไขระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างผลิตภัณฑ์ และครุภัณฑ์เทคโนโลยีของภาครัฐ ให้มีความสะดวก โปรงใส่ และตรวจสอบได้ โดยคาดว่าภายในระยะเวลา 8 เดือนจะมีความคืบหน้าเรื่องนี้ และ ยังเตรียมผลักดันให้ทุกหน่วยงานราชการ รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น อบจ. อบต. ฯลฯ เปลี่ยนมาใช้เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (อี-ด็อกคิวเม้นท์) ให้ครบทุกหน่วยงานด้วย
นอกจากนี้ ดีอีเอสยังพร้อมในการส่งเสริมการสนับสนุนประชาชนได้เข้าสู่โครงการพัฒนาระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลภาครัฐ หรือ ดิจิทัล ไอดี ภายใต้โครงการ ไทยไอดี ของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เพื่อในการทำธุรกรรมออนไลน์ ของประชาชนมีความปลอดภัย และสะดวก รองรับ รัฐบาลดิจิทัลตามนโนบายของรัฐบาลด้วย โดยมีประชาชนลงทะเบียนแล้ว 5 ล้านราย



