นายศักดิ์ เสกขุนทด ที่ปรึกษาอาวุโส สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ เอ็ตด้า เปิดเผยว่า เอ็ตด้า ได้ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย เนคเทค ศึกษาความพร้อมใน การประยุกต์ ใช้เทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) สำหรับบริการดิจิทัลอย่างมีธรรมาภิบาล พบว่า ปัจจุบันมีองค์กรไทย 15% ที่มีการนำ เอไอ มาใช้งานในองค์กรแล้ว และอีก 56.65% มีแผนที่จะนำมาใช้ในอนาคต ขณะที่อีก 28.15% ที่ยังไม่มีแผนที่จะใช้ เอไอ จึงคาดการณ์ได้ว่าในอีก 2-3 ปี องค์กรในประเทศไทยจะมีนำ มาประยุกต์ใช้เพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็วแน่นอน
“ปัจจุบันเทคโนโลยี เอไอ ได้เข้ามามีบทบาทในทั่วโลก และองค์กรต่างๆ ทั้งรัฐและเอกชนมีการนำมาใช้งาน ซึ่งทั่วโลกต่างให้ความสำคัญและพัฒนานโยบายเพื่อขับเคลื่อนเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง ส่วนประเทศไทยไทย มีแผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติเพื่อการพัฒนาประเทศไทย พ.ศ. 2565- 2570 ที่เป็นกรอบในการดำเนินงานของทุกภาคส่วนเพื่อส่งเสริมให้ประเทศเกิดประยุกต์ใช้เอไอ อย่างมีประสิทธิภาพ สู่การยกระดับเศรษฐกิจดิจิทัลและคุณภาพชีวิตของประชาชน ผ่านยุทธศาสตร์5 ด้าน คือ จริยธรรมและธรรมาภิบาล, การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน, การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม, การเพิ่มศักยภาพของคนและ การส่งเสริมให้เกิดการประยุกต์ใช้งาน”
น.ส. กัลยา อุดมวิทิต รักษาการผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า สำหรับองค์กรมีการใช้งาน เอไอ แล้ว และมีแนวโน้มใช้งานมากขึ้น เช่น กลุ่มการเงินและการค้า ที่นำ เอไอ มาช่วยตรวจสอบข้อมูล ยืนยันตัวตน แนะนำผลิตภัณฑ์ทางการเงิน การอนุมัติสินเชื่อ และประเมินความเสี่ยง และกลุ่มการแพทย์และสุขภาวะ ใช้ช่วยตรวจสอบความครบถ้วนของเครื่องมือผ่าตัด และช่วยในการวินิจฉัยและตัดสินใจของแพทย์ เป็นต้น ส่วนเป้าหมายสำคัญที่นำเอไอมาใช้ 3 อันดับแรก คือ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตหรือการให้บริการขององค์กร เพื่อใช้ในการบริหารจัดการภายในองค์กร และ เพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่องค์กร ตามลำดับ



