สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 17 ก.ค. ว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย กล่าวถึงการที่สหรัฐส่งมอบคลัสเตอร์บอมบ์ หรือระเบิดลูกปราย ชุดแรกให้กับยูเครนแล้ว เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่ากองทัพรัสเซียมีคลัสเตอร์บอมบ์หลากหลายรุ่นอยู่ในคลังแสงเช่นกัน ดังนั้น หากอีกฝ่ายใช้อาวุธดังกล่าว รัฐบาลมอสโกไม่ลังเลที่จะ “ตอบโต้ในระดับเดียวกัน”


ทั้งนี้ ปูตินยอมรับว่า “มีบางช่วง” ที่กองทัพรัสเซียขาดแคลนกระสุนปืน อย่างไรก็ตาม รัฐบาลมอสโกไม่เคยมีแผนเป็นฝ่ายนำคลัสเตอร์บอมบ์ออกมาใช้ก่อน


อนึ่ง พล.จ.โอเล็กซานเดอร์ ทาร์นาฟสกี รองผู้บัญชาการศูนย์บัญชาการภาคตะวันออกของยูเครน ยืนยันเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ถึงการได้รับคลัสเตอร์บอมบ์ ชุดแรกจากสหรัฐ โดยให้คำมั่นว่า จะไม่ใช้อาวุธดังกล่าวในเขตชุมชน หรือพื้นที่มีประชากรอาศัยอยู่มาก


คลัสเตอร์บอมบ์จัดเป็นหนึ่งใน “อาวุธต้องห้าม” ตามสนธิสัญญาออสโล ฉบับปี 2551 อย่างไรก็ตาม มีหลายประเทศ ซึ่งรวมถึงสหรัฐ รัสเซีย และยูเครน ที่ไม่ได้ร่วมเป็นภาคีของข้อตกลงฉบับนี้


ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศรัสเซียให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ ว่าสะท้อน “ความอ่อนแอและความสิ้นหวัง” ของรัฐบาลวอชิงตัน และบรรดาพันธมิตร ที่มีต่อความล้มเหลวของปฏิบัติการโต้กลับ ซึ่งยูเครนยังคงพยายามเดินหน้า และเน้นย้ำว่า เรื่องนี้ “ไม่มีผลอย่างแน่นอน” ต่อปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียที่กำลังดำเนินอยู่


กระนั้น ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่า การตัดสินใจส่งมอบระเบิดดาวกระจายให้แก่ยูเครน “เป็นเรื่องยากลำบากมาก” อย่างไรก็ตาม “เป็นเรื่องจำเป็นอย่างมาก” เนื่องจากรัฐบาลเคียฟไม่มีกระสุนเหลืออยู่แล้ว.

เครดิตภาพ : AFP