เมื่อวันที่ 18 ก.ค. ที่วัดโบสถ์ (หลวงปู่เทียน) อ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี พล.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรม “ไทย-รามัญ ภักดี 1,510 ชีวีปทุมธานี ถวายพระพรชัย” เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ใต้ร่มพระบารมี 250 ปี ในแผ่นดินสยาม โดยมีคณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการและพนักงาน อบจ.ปทุมธานี พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายชาติพันธุ์มอญจากจังหวัดต่าง ๆ อาทิ จ.กาญจนบุรี จ.ลพบุรี รวมทั้งชาวไทยเชื้อสายรามัญที่อาศัยอยู่ตามชุมชนต่างๆ ในจ.ปทุมธานี ทั้ง 7 อำเภอมาร่วมพิธีรำถวายพระพรเพื่อแสดงความจงรักภักดี
พระราชมหาเจติยาภิบาล ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม รักษาการเจ้าอาวาสวัดโบสถ์ กล่าวว่า แม้ว่าปทุมธานีจะเป็นจังหวัดที่ได้ชื่อว่าเป็นของคนมอญ ดังคำขวัญจังหวัดปทุมที่ว่า “ถิ่นบัวหลวง เมืองรวงข้าว เชื้อชาวมอญ นครธรรมะ พระตำหนักรวมใจ สดใสเจ้าพระยา ก้าวหน้าอุตสาหกรรม” แต่เมื่อเรามองไปในข้อเท็จจริงจะเห็นว่าในจ.ปทุมธานีเรายังไม่เคยเห็นกิจกรรมอะไรที่บ่งบอกว่าเป็นถิ่นหรือที่อยู่ของคนมอญเลย ตนเป็นคนอีสาน แต่ว่าพระอุปัชฌาย์คือพระธรรมสิริชัย อดีตเจ้าอาวาสวัดอรุณฯ ท่านเป็นคนมอญจ.ปทุมธานี และเคยอาศัยอยู่ในวัดโบสถ์ (หลวงปู่เทียน) ซึ่งเป็นพระมอญ พระเกจิในพื้นที่ จึงอยากทำเพื่อถวายพระอุปัชฌาย์ แสดงอัตลักษณ์ความเป็นมอญในจ.ปทุมธานี อยากให้ทำเป็นงานประจำปี ในขณะเดียวกันอยากให้ชุมชนมอญรอบวัดโบสถ์ หรือชาวไทยเชื้อสายรามัญในจ.ปทุมธานีตื่นตัวมาร่วมกันรักษารากเหง้าภูมิปัญญาของตนเอง มาร่วมกันฟื้นฟูสิ่งดีๆ ที่ตนเองมีอยู่ให้คนทั้งประเทศได้รับรู้ ดังนั้นจึงปรึกษากับคณะกรรมการมูลนิธิรามัญรักษ์ ที่ทำเรื่องมอญมานาน ซึ่งตอนแรกคิดจะทำเรื่องมอญ 250 ปีที่เข้ามาถึงพระบรมโพธิสมภารมาอยู่ในจ.ปทุมธานี โดยยึดเอาในรัชสมัยของพระเจ้าตากสินมหาราช เป็นเกณฑ์ ซึ่งตามประวัติศาสตร์ระบุว่ามอญมาอยู่ในจ.ปทุมธานีตั้งแต่ พ.ศ. 2317 ปีนี้ก็ครบ 250 ปีพอดี แต่หลังจากปรึกษากับหลายฝ่ายแล้วจึงตกลงร่วมกันว่า เนื่องจากวันที่ 28 ก.ค. เป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ วัดโบสถ์จึงร่วมกับมูลนิธิรามัญรักษ์ โรงเรียนคณะราษฎร์บำรุงปทุมธานี และเครือข่ายมอญในจ.ปทุมธานี ชมรมรวมใจรักษ์ปทุมธานี จัดงานครั้งนี้ขึ้น
ด้าน พระปัญญาวุฒิ วุฑฺฒิโก ประธานมูลนิธิรามัญรักษ์ กล่าวว่า เป็นครั้งแรกที่ทางมูลนิธิรามัญรักษ์ จัดงานใหญ่โดยมีนางรำมากถึง 1,510 คน ซึ่งจริงๆแล้วมีผู้ต้องการสมัครมาร่วมอีกหลายชุมชน แต่เนื่องจากสถานที่คับแคบ จึงจำเป็นต้องจำกัดจำนวนคนเพื่อให้เกิดความเหมาะสม ทั้งนี้หากในปีต่อๆไปจะจัดงานลักษณะนี้อีกทางมูลนิธิฯก็พร้อมให้ความร่วมมือ



