เมื่อวันที่ 18 ก.ค. ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้เยี่ยมให้กำลังใจ ผู้บริหาร ครู และนักเรียน โรงเรียนขยายโอกาสตัวอย่างที่ดีที่เติมเต็มนักเรียนครบทั้งความรู้ ทักษะอาชีพ ทักษะชีวิต และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ณ โรงเรียนวัดท่าน้ำตื้น สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรีเขต 1 (สพป.กาญจนบุรี เขต 1) ซึ่งเป็นสถานศึกษาขยายโอกาสขนาดกลาง จัดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล 2 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในปีการศึกษา 2566 มีนักเรียนทั้งสิ้น 242 คน ครูประจำการ 14 คน ครูอัตราจ้าง 1 คน และเจ้าหน้าที่ธุรการ 1 คน โดยมีนายพจนรินทร์ เหลืองอรัญนภา เป็นผู้อำนวยการโรงเรียน

รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้จากการเยี่ยมโรงเรียนวัดท่าน้ำตื้นวันนี้ พบว่า โรงเรียนสามารถจัดการเรียนการสอนได้อย่างดี ทั้งได้รับรางวัลโรงเรียนคุณธรรม สพฐ. ระดับ 4 ดาว และมีผลเชิงประจักษ์เรื่องคุณธรรมของนักเรียนทุกคน ระดับห้องเรียน ชั้นเรียน โดยโรงเรียนมีอัตลักษณ์ที่โดดเด่นในเรื่องของการออม นักเรียนทุกคนมีการฝากออมทรัพย์กับครูประจำชั้น ร่วมกับธนาคารออมสินสาขาตลาดผาสุก ซึ่งเป็นการสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์ให้ทุกคนมีการวางแผนการใช้จ่ายและสะสมเงินให้เหลือใช้อยู่เสมอในลักษณะพอเพียงอย่างเป็นสุข ในส่วนระดับชั้นมัธยมศึกษา ได้ปรับหลักสูตรการจัดการเรียนการสอนโดยแบ่งออกเป็น 2 แผนการเรียน ได้แก่ ห้องเรียนศักยภาพวิชาการ และห้องเรียนทักษะอาชีพ ซึ่งนักเรียนจะไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น รวมทั้งได้รับโอกาสในการเลือกเรียนได้โดยไม่คำนึงถึงจำนวนนักเรียนในแต่ละห้อง เน้นความสามารถ ความถนัดของนักเรียน โดย ผอ.รร. และคณะครูร่วมหาเครือข่ายที่เข้มแข็งช่วยเติมเต็มทั้งวิชาการ วิชาชีพให้นักเรียนอย่างเต็มที่
โดยห้องเรียนศักยภาพวิชาการ จะจัดการเรียนการสอนโดยเน้นในรายวิชา คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และภาษาอังกฤษ ในวิชาภาษาอังกฤษได้รับการจัดการเรียนการสอนโดยครูต่างชาติซึ่งเกิดจากการดูแลโรงเรียนพี่-โรงเรียนน้องตามนโยบายของท่านอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยทางโรงเรียนกาญจนานุเคราะห์จังหวัดกาญจนบุรี สพม. กจ. จัดครูชาวต่างชาติมาช่วยสอนทุกวันอังคาร พบว่านักเรียนมีความตั้งใจ สนใจเรียนด้วยความสนุกสนาน และโต้ตอบคำถามของครูด้วยความมั่นใจ สำหรับห้องเรียนทักษะอาชีพ เป็นห้องเรียนเตรียมสายอาชีพประเภทสะสมหน่วยกิต โรงเรียนได้ทำ MOU ร่วมกับวิทยาลัยการอาชีพแม่น้ำแคว ซึ่งนักเรียนที่เรียนแผนการเรียนนี้ เมื่อสำเร็จการศึกษาและประสงค์จะเรียนต่อสายอาชีพ สามารถเทียบโอนในรายวิชาที่เรียนไปแล้วในแผนการเรียนนี้กับสถาบันสายอาชีพได้ทุกแห่ง เช่น วิทยาลัยเทคนิค อาชีวศึกษาฯ โดยไม่ต้องลงทะเบียนเรียนใหม่ นักเรียนในแผนการเรียนนี้จะเดินทางไปเรียนที่วิทยาลัยการอาชีพแม่น้ำแควในทุกวันอังคาร โดยทางโรงเรียนได้จัดรถรับส่งอำนวยความสะดวกและเพื่อความปลอดภัยของนักเรียนทุกคน นอกจากนั้น ทางโรงเรียนยังมีการจัดการเรียนการสอนแบบเรียนรวมสำหรับเด็กที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ ในระดับชั้น ป.2 ป.3 และ ป.5 พบว่า นักเรียนในแต่ละระดับชั้นทุกคนอ่านหนังสือออก อ่านได้คล่องแคล่ว ซึ่งทราบว่า ผอ. สพป.กจ.1 มาทดสอบการอ่านของนักเรียนด้วยตนเอง และมีการจัดทีม ศน. มาช่วยอย่างสม่ำเสมอ ส่วนเด็กที่ต้องดูแลพิเศษก็สามารถอ่านได้ทุกคำ ทุกประโยคและยังเชื่อมโยงประโยคกับภาพได้เป็นอย่างดี สามารถตอบคำถามได้ แสดงให้เห็นว่าครูเอาใจใส่นักเรียนทุกคนอย่างดียิ่ง รวมถึงนักเรียนที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษด้วยเช่นกัน ซึ่งมีส่วนที่สำคัญในการสนับสนุนของ ผอ.สพป.กจ.1 และเอาใจใส่ของทีม ศน. ที่ส่งผลทำให้เด็กทุกคนสามารถอ่านออก อ่านรู้เรื่อง จับประเด็นได้ ไม่ว่าเด็กคนนั้นจะเป็นเด็กที่เรียนร่วมก็ตาม ก็สามารถทำได้
นางเกศทิพย์ กล่าวต่อไปว่า ตนได้เสนอแนะในเรื่องของการบูรณาการแหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่นหรือแหล่งเรียนรู้ใกล้โรงเรียนให้เป็นห้องเรียนรวมรายวิชา ซึ่งต้องมีการวางแผนเพื่อใช้แหล่งเรียนรู้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและสร้างคุณค่าต่อผู้เรียนให้ได้มากที่สุด โดยใช้กระบวนการ PLC ของครูโดยการนำของ ผอ. รร. เพื่อร่วมกันวางแผนการจัดกระบวนการเรียนรู้ ลดเนื้อหาซ้ำซ้อน วางแผนเป้าหมายของหลักสูตรทั้ง 3 ส่วน โดยการบูรณาการแหล่งเรียนรู้จะช่วยให้การจัดกิจกรรมเกิดความหลากหลาย ได้รับการปลูกฝังและบ่มเพาะคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 8 ประการ ได้เรียนรู้ผ่านการจัดกิจกรรมแบบ active learning เพื่อพัฒนาสมรรถนะที่สำคัญของผู้เรียน นอกจากนี้ นักเรียนยังได้ใช้แหล่งเรียนรู้ที่อยู่ใกล้ ปลอดภัย ได้เรียนรู้วิถีและภูมิปัญญาของท้องถิ่นตนเอง นำไปสู่การเชื่อมโยงความรู้ ส่งต่อความรู้ ความรัก และภูมิใจในความเป็นไทยจากรุ่นสู่รุ่น
“สิ่งสำคัญคือการที่เด็กได้เรียนรู้อย่างสนุก ในสิ่งที่ชอบและถนัด จากแหล่งเรียนรู้ใกล้ตัวที่เหมาะสมตามบริบทของพื้นที่ เพราะเป้าหมายของการจัดการศึกษา คือ การสร้างผู้เรียนให้เกิดความเจริญงอกงามในทุกมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปลูกฝังและบ่มเพาะคุณลักษณะอันพึงประสงค์ทั้ง 8 ประการ ให้ผู้เรียนมีติดตัวไปตลอดชีวิต และเชื่อมโยงสู่การสร้างประสบการณ์ให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาตนเองตามความถนัดและความสนใจ และแสดงออกถึงการมีสมรรถนะของผู้เรียน โดยการบ่มเพาะผู้เรียนนั้นต้องทำให้ครบถ้วนในทุกวิชา ไม่ใช่การปลูกฝังเฉพาะวิชาใดวิชาหนึ่งเท่านั้น เพื่อให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาอย่างรอบด้านทุกมิติ” รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าว



